วิวาลดีอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว โดยในจดหมายที่มีไปยังท่านมาร์ควิส วิวาลดีได้บรรยายร้องทุกข์ว่า... “ ...ข้าแต่ ฯพณฯ ที่เคารพ ข้าพเจ้ามิได้ประประกอบพิธีได้ มิใช่ว่าเพราะข้าพเจ้าชราเกินไปหรือข้าพเจ้าเป็นผู้ที่ต้องหาทุราจาร แต่เป็นเพราะสุขภาพของข้าพเจ้าที่ไม่แข็งแรงตั้งแต่เกิด ทำให้ข้าพเจ้าหายใจติดขัดไม่สะดวก ตอนที่ข้าพเจ้าบวชใหม่ ๆ ข้าพเจ้าเคยประกอบพิธีมิสซาอยู่เพียงปีเดียว และหลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำอีกเลย เพราะมีถึงสามครั้งที่ข้าพเจ้าต้องละไปจากพระแท่นทั้ง ๆ ที่ยังไม่เสร็จพิธี เพราะข้าพเจ้าไออย่างรุนแรงและหายใจไม่ออกจนทนไม่ไหว ถึงแม้เวลาขณะนี้ที่ข้าพเจ้าจะเดินทางจากบ้านพักไปที่ไหน ๆ ความทุกข์ทรมานนี้ก็ทำให้ข้าพเจ้าไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเอง ถ้าไม่เดินทางด้วยเรือก็ต้องอาศัยรถม้าหรือนั่งเกี้ยว นั่นล่ะคือเหตุผลที่ข้าพเจ้าไม่สามารถประกอบพิธีมิสซาได้...”
แต่อย่างไรก็ดี คำอุทธรณ์นี้ก็ไม่มีผลที่ดีขึ้น ...เพราะท่านมาร์ควิสไม่ได้นำคำร้องทุกข์นี้ไปเสนอต่อพระคาร์ดินัลแต่อย่างไร และท่านมาร์ควิสก็ถือโอกาสนี้ยกเลิกการสนับสนุนเงินทุนในการแสดงโอเปร่าของวิวาลดีในเมืองแฟร์ราร่า แต่สายสัมพันธ์ระหว่างวิวาลดีกับท่านมาร์ควิสก็ยังคงดีอยู่ และโอเปร่าของวิวาลดีสองเรื่อง คือ Siroe และ Farnace ก็ยังคงเปิดแสดงอยู่ จนกระทั่งเดือนมกราคม ค.ศ.1739 วิวาลดีมีจดหมายถึงท่านมาร์ควิสเพื่อตำหนิ “นักเล่นฮาร์ปซิคอร์ดห่วย ๆ” ที่มาจากสำนักดนตรีของท่านมาร์ควิสที่ทำให้การแสดงโอเปร่าของวิวาลดีเละไม่เป็นท่า เนื้อหาในจดหมายนั้นรุนแรงมากและเป็นการตัดสัมพันธ์ระหว่างวิวาลดีและท่านมาร์ควิสโดยสิ้นเชิง และ วิวาลดีไม่เดินทางไปยังเมืองแฟร์ราร่าอีกเลย
ในเดือนเมษายน ปี ค.ศ.1740 วิวาลดีตัดสินใจลาออกจากทุกตำแหน่งใน Ospedale della Pieta เพื่อเดินทางไปปักหลักยังกรุงเวียนนา ออสเตรีย พร้อมกับอันนา กิโร่ เหตุผลที่ทำให้วิวาลดีตัดสินใจไปเริ่มชีวิตใหม่ที่กรุงเวียนนา คือ
1.) ชื่อเสียงของวิวาลดีในเวนิซค่อนข้างอยู่ในช่วงขาลง มีนักดนตรีรุ่นใหม่ ๆ และโอเปร่าเรื่องใหม่ ๆ มาตีตลาดผลงานของวิวาลดีอยู่เรื่อย ๆ
2.) วิวาลดีคิดว่า สัมพันธภาพที่ดีในฐานะที่เขาได้รับความชื่นชมจากสมเด็จพระจักรพรรดิชาร์ลส์ที่ 6 มาโดยตลอด พระองค์น่าจะช่วยสนับสนุนเขาในเรื่องเงินและตำแหน่งคีตกรหลวงในราชสำนักออสเตรียได้และเขาคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สร้างคะแนนนิยมต่อองค์รัชทายาท คือ เจ้าหญิงมาเรีย เทเรซา และ เจ้าชาย ฟรานซ์ สเตฟาน ดุ๊คแห่งลอร์แรน เพื่อที่เขาจะได้มีที่พึ่งพิงในช่วงบั้นปลายชีวิต และ
3.) กรุงเวียนนาในเวลานั้น ได้กลายเป็นศูนย์กลางความเจริญของอิตาเลียนโอเปร่า มีนักประพันธ์ชาวอิตาเลียนหลายคนไปได้ดิบได้ดีในราชสำนักออสเตรีย
แต่โชคไม่ดีเลย เพราะในช่วงเวลานั้น ออสเตรียต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำเช่นเดียวกับหลายประเทศในยุโรป ทำให้การแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ ๆ ในราชสำนักต้องถูกเลื่อนไปก่อน และในเดือนตุลาคม ค.ศ.1740 พระจักรพรรดิชาร์ลส์ที่ 6 ผู้เป็นความหวังเดียวของวิวาลดี เสด็จสวรรคตโดยกะทันหัน และองค์รัชทายาท พระนางมาเรีย เทเรซา ก็ไม่สนพระทัยในการดนตรีมากเท่าพระบิดา เพราะขณะนั้นพระองค์กำลังยุ่งอยู่กับปัญหาสงครามกับฝรั่งเศสและเยอรมัน ขณะนั้นวิวาลดีเองก็ค่อนข้างมีอายุมากแล้ว และไม่ได้ทำตัวให้พระองค์สนพระทัยมากสักเท่าไรนัก ดังนั้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.1741 เมื่อตำแหน่งหัวหน้าคีตกรราชสำนักว่างลง พระนางจึงแต่งตั้งรองหัวหน้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคีตกรแทนทันที ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้วิวาลดีผิดหวังมาก
ขณะที่วิวาลดีพำนักอยู่ในกรุงเวียนนานั้น สุขภาพของเขาเริ่มเสื่อมโทรมลงมาก แต่เขาก็ยังคงรับจ้างพวกขุนนางชาวออสเตรียประพันธ์เพลงอยู่ และวิวาลดีคงไม่ทราบด้วยว่าตนเองใกล้ถึงวันสุดท้ายของชีวิตแล้ว เพราะจากบันทึกของเขาแสดงให้เห็นว่า วิวาลดียังคงมีนัดต้องพบกับ ขุนนางหลาย ๆ ท่านอยู่ในอีกหลายวัน เขายังประพันธ์เพลงค้างอยู่ และมีหลักฐานว่าเขากำลังเก็บเงินก้อนจำนวนหนึ่งเพื่อเตรียมจะย้ายออกจากรุงเวียนนา แต่ถึงอย่างไรก็ดี ในวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ.1741 วิวาลดีก็ถึงแก่กรรมโดยสงบ และได้รับการฝังที่สุสาน Spitaler Gottsacker กรุงเวียนนา พิธีฝังศพเป็นไปอย่างค่อนข้างเงียบเหงาและอนาถา ไม่มีใครมาร่วมงานนอกจากแม่บ้าน และอันนา กิโร่ ค่าใช้จ่ายในพิธีศพของ วิวาลดีเป็นเงิน 19 Florins 45 Kreutzens ในขณะที่พิธีศพของขุนนาง อย่างน้อยต้องใช้เงินราว 100 Florins !!!
ถึงแม้ว่าในช่วงที่มีชื่อเสียง วิวาลดีจะได้รับเงินค่าจ้างมากมายจากผลงานเพลง ก็ใช่ว่าเขาจะมั่งคั่งร่ำรวย เพราะวิวาลดีมีค่าใช้จ่ายสูงมาก หลัก ๆ ก็ได้แก่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเปิดการแสดงโอเปร่าทั่วอิตาลี และบางครั้งต้องไปไกลถึงต่างประเทศ ทั้งกรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ , กรุงปร๊าก , กรุงเวียนนา ออสเตรีย , ค่าเช่าที่พักเวลาไปค้างแรมต่างบ้านต่างเมืองเป็นปี ๆ และรวมถึงค่าจ้างแม่บ้านสองคน , ค่าจ้างแพทย์ประจำตัวและค่ายารักษาโรคประจำตัวของวิวาลดีที่เขาต้องทนทรมานตลอดทั้งชีวิต แค่นี้ก็มากพอที่จะทำให้เราเข้าใจได้ว่าทำไมบุคคลที่ครั้งหนึ่งเคยมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วยุโรป ได้รับการยกย่องจากพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของยุโรป เป็นเพื่อนกับบรรดาขุนนางและนักธุรกิจโรงละครมากมาย และมีเงินรายได้จำนวนไม่น้อย จึงได้สิ้นชีวิตลงอย่างอนาถาเยี่ยงนี้


1:46 AM
saxo1
Posted in:
0 ความคิดเห็น:
Post a Comment