SwPy-Band
รูปหมู่ของวง วงโยธวาทิตโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรี นครินทร์ พะเยา จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมสุนทรียภาพทางด้านดนตรี ความมีระเบียบวินัย และสร้างเสริมบุคลิกภาพ ประกอบด้วยสมาชิกมากกว่า 60
มีเเต่คนกลัวดำดูสิ.....คนถ่ายยังไม่กลัวเลย
ใจร้ายมากครับดู...ไปหลบในร่มใต้ต้นไม้โฮ่...กลัวดำอะไรขนาดนั่น ก๊ากๆๆๆๆ
Thursday, September 8, 2011
Wednesday, September 7, 2011
ยุติมหาลัยออกระบบ ต้องยกเลิก กม.เกษียณ
“ประสาท” แนะ "วรวัจน์" ถ้าไม่ให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ต้องไปยกเลิกมติ ครม.เรื่องยุบเลิกอัตราเกษียณอายุราชการ "มข." เบรกหัวคะมำ หลังเตรียมตัวออกนอกระบบมานาน
ตามที่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายไม่สนับสนุนการปรับเปลี่ยนสถานภาพของมหาวิทยาลัยไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือการออกนอกระบบ เนื่องจากเป็นการผลักภาระค่าใช้จ่ายให้กับนิสิต นักศึกษาและผู้ปกครองนั้น ศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลยืนยันว่าจะไม่สนับสนุนการออกนอกระบบ จะต้องไปยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2542 เรื่องผลการดำเนินการของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เกี่ยวกับอัตราที่ยกเลิกจากผลการเกษียณอายุราชการปีงบประมาณ 2541 เนื่องจากมติดังกล่าวส่งผลให้สถานภาพของบุคลากรในมหาวิทยาลัยเปลี่ยนไปจากเดิม ที่ส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแทน และจำนวนพนักงานมหาวิทยาลัยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่มีอัตราบรรจุเป็นข้าราชการ ซึ่งทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ มีปัญหาการบริหารจัดการที่ไม่คล่องตัว และไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะมีบุคลากร 2 สถานะอยู่รวมกัน คือ ข้าราชการและพนักงาน ขณะที่ระบบการทำงานยังต้องยึดติดกับระบบราชการเป็นหลัก ดังนั้นถ้ายกเลิกมติ ครม.นี้จะทำให้การบริหารงานคล่องตัวมากขึ้น
ด้าน รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า มข.พร้อมที่จะออกนอกระบบเพื่อการบริหารจัดการคล่องตัว และคิดว่าออกนอกระบบไปแล้วจะมีผลทำให้ค่าหน่วยกิตแพงขึ้น เพราะมหาวิทยาลัยเน้นให้คนยากจนได้เรียนในมหาวิทยาลัย รวมทั้งยังมีทุนการศึกษาให้กับนักศึกษามาตลอด แต่ถ้ารัฐบาลมีนโยบายไม่สนับสนุนการออกนอกระบบ ทางมหาวิทยาลัยจะต้องมาทบทวนเรื่องนี้อีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป.
ที่มา ไทยโพสต์ วันที่ 7 กันยายน 2554
Posted in: ยุติมหาลัยออกระบบ ต้องยกเลิก กม.เกษียณผลสำรวจเรื่อง "นศ. ปี 4 กับเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท"
นักศึกษาปี 4 69.4% เชื่อนโยบายเงินเดือน 15,000 กระทบต่อการหางาน
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เผยผลสำรวจความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษาชั้นปีสุดท้ายที่เรียนอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาทั้งรัฐและเอกชนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลจำนวน 1,185 คน พบว่าส่วนใหญ่เมื่อเรียนจบแล้วอยากทำงานในหน่วยงานเอกชน (ร้อยละ 39.6) รองลงมา คือ ประกอบธุรกิจส่วนตัว (ร้อยละ 25.7) หน่วยงานราชการ (ร้อยละ 18.2) และรัฐวิสาหกิจ (ร้อยละ 16.5) ตามลำดับ
ทั้งนี้ นิสิตนักศึกษาร้อยละ 41.9 ไม่แน่ใจในนโยบายของรัฐบาล นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่ให้ผู้ทำงานวุฒิปริญญาตรีมีรายได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 15,000 บาท ว่าจะสามารถทำได้จริงหรือไม่ ในขณะที่ ร้อยละ 29.5 เชื่อว่าทำได้ และร้อยละ 28.6 เชื่อว่าทำไม่ได้
อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางที่รัฐบาลจะดำเนินนโยบายดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น การให้เริ่มมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นไป (เห็นด้วยร้อยละ 61.7) การใช้คุณภาพของบัณฑิตเป็นตัวชี้วัดว่าใครควรจะได้ค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท (เห็นด้วยร้อยละ 57.1) และสำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรีขึ้นไปแต่รายได้ยังต่ำกว่า 15,000 บาทใช้วิธีเพิ่มค่าครองชีพ เพื่อให้ได้รับเงินเดือนรวมแล้วเป็น 15,000 บาท ต่อเดือน (เห็นด้วยร้อยละ 56.9)
นิสิตนักศึกษาส่วนใหญ่เห็นว่าหากนโยบายข้างต้นมีผลบังคับใช้จริงจะส่งผลกระทบต่อการหางานเมื่อจบการศึกษาถึง ร้อยละ 69.4 (ได้แก่ อาจทำให้หางานยากขึ้น และเกณฑ์ในการรับสมัครน่าจะเข้มขึ้น ฯลฯ) ขณะที่ร้อยละ 30.6 ระบุว่าไม่ส่งผลกระทบ (โดยให้เหตุผลว่า เรียนในสาขาที่มีงานรองรับอยู่แล้ว มีสถานประกอบการเยอะ และตั้งใจจะเรียนต่อปริญญาโท ฯลฯ)
สำหรับความกังวลต่อนโยบายดังกล่าวคือกังวลว่าบริษัทเอกชนจะเปิดรับผู้ที่จบปริญญาตรีเข้าทำงานลดลงร้อยละ 30.0 รองลงมาคือกลัวจะถูกเลิกจ้างเมื่อทำงานไปได้ระยะหนึ่งเพราะหน่วยงานแบกรับภาระเรื่องค่าจ้างไม่ไหวร้อยละ 18.5 และกลัวจะไม่มีงานทำและว่างงานร้อยละ 17.9
ส่วนเรื่องที่อยากฝากบอกรัฐบาล นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มากที่สุดคือ ให้เร่งทำทุกนโยบายให้เป็นจริงตามที่ได้หาเสียงไว้ร้อยละ 33.0 รองลงมาคือ ให้ประเทศพัฒนายิ่งขึ้น และนึกถึงประโยชน์ของประชาชนมาก่อนร้อยละ 12.0 และให้ตั้งใจทำงานให้เต็มที่ร้อยละ 10.4
ดังรายละเอียดในตารางต่อไปนี้
1. หน่วยงานที่นิสิตนักศึกษาอยากจะทำงานเมื่อเรียนจบแล้ว คือ
- เอกชน ร้อยละ 39.6
- ประกอบธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 25.7
- ราชการ ร้อยละ 18.2
- รัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 16.5
2. ความเชื่อมั่นที่มีต่อนโยบายของรัฐบาล นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่ให้ผู้ทำงานวุฒิปริญญาตรีมีรายได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 15,000 บาท คือ
- เชื่อว่าทำได้ ร้อยละ 29.5
- เชื่อว่าทำไม่ได้ ร้อยละ 28.6
- ไม่แน่ใจ ร้อยละ 41.9
3. ความคิดเห็นต่อแนวทางของรัฐบาลที่จะดำเนินนโยบายจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้ที่จบปริญญาตรีเดือนละ 15,000 บาท มีดังนี้
แนวทาง เห็นด้วย(ร้อยละ) ไม่เห็นด้วย(ร้อยละ) ไม่แน่ใจ(ร้อยละ)
- ให้เริ่มมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นไป
61.7 9.8 28.5
- ใช้คุณภาพของบัณฑิตเป็นตัวชี้วัดว่าใครควรจะได้เงินค่าจ้าง 15,000 บาท
57.1 16.3 26.6
- สำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรีขึ้นไปแต่รายได้ยังต่ำกว่า 15,000 บาท
ใช้วิธีเพิ่มค่าครองชีพ-เพื่อให้ได้รับค่าจ้างรวมแล้วเป็น 15,000 บาท ต่อเดือน
56.9 13.7 29.4
4. ผลกระทบต่อการหางานเมื่อจบการศึกษาหากนโยบายข้างต้นมีผลบังคับใช้จริง คือ
- เชื่อว่าจะส่งผลกระทบ ร้อยละ 69.4
(ได้แก่ หางานยากขึ้น มีการแข่งขันแย่งงานกันมากขึ้น และเกณฑ์ในการรับสมัครอาจจะเข้มขึ้น ฯลฯ)
- เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบ ร้อยละ 30.6
(โดยระบุว่า เรียนในสาขาที่มีงานรองรับอยู่แล้ว มีสถานประกอบการเยอะ มีธุรกิจส่วนตัว และตั้งใจจะเรียนต่อปริญญาโท ฯลฯ)
5. เรื่องที่นิสิตนักศึกษากังวลมากที่สุดหากรัฐบาลจะดำเนินนโยบายดังกล่าว คือ
- กังวลว่าบริษัทเอกชนจะเปิดรับผู้ที่จบปริญญาตรีเข้าทำงานลดลง ร้อยละ 30.0
- กลัวจะถูกเลิกจ้างเมื่อทำงานไปได้ระยะหนึ่งเพราะหน่วยงาน ร้อยละ 18.5
แบกรับภาระเรื่องค่าจ้างไม่ไหว
- กลัวจะไม่มีงานทำ / ว่างงาน ร้อยละ 17.9
- เกิดการแข่งขันเพื่อเข้าทำงานราชการมากขึ้น ร้อยละ 13.9
- กังวลว่าต้องสมัครงานในวุฒิที่ต่ำกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 3.6
- อื่นๆ อาทิ กลัวเรื่องเงินเฟ้อ ของแพงขึ้น เป็นหนี้ เป็นต้น ร้อยละ 3.2
- ไม่กังวล ร้อยละ 12.9
6. เรื่องที่อยากฝากบอกรัฐบาล นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มากที่สุด 5 อันดับแรก คือ
(เป็นคำถามปลายเปิดให้ผู้ตอบระบุเอง)
- ให้เร่งทำทุกนโยบายให้เป็นจริงตามที่ได้หาเสียงไว้ ร้อยละ 33.0
- ให้ประเทศพัฒนายิ่งขึ้น และนึกถึงประโยชน์ของประชาชนมาก่อน ร้อยละ 12.0
- ให้ตั้งใจทำงานให้เต็มที่ ร้อยละ 10.4
- ให้ทำงานอย่างสุจริต ไม่โกงกิน ร้อยละ 7.9
- ให้ทำนโยบายค่าตอบแทนปริญญาตรีเดือนละ 15,000 ให้สำเร็จ ร้อยละ 7.5
รายละเอียดในการสำรวจ
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ
เพื่อสอบถามความคิดเห็นของนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่กำลังศึกษาในชั้นปีสุดท้าย เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลในเรื่อง การจ่ายค่าตอบแทนผู้ทำงานในวุฒิปริญญาตรี เดือนละ 15,000 บาท ในประเด็นต่างๆ เพื่อสะท้อนมุมมองของนิสิตนักศึกษาให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ และนำไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาให้เกิดประโยชน์กับประเทศต่อไป
ระเบียบวิธีการสำรวจ
การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่กำลังศึกษาในชั้นปีสุดท้ายจากสถาบันอุดม ศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) จำนวนทั้งสิ้น 25 สถาบัน ด้วยการสุ่มสถาบันอุดมศึกษาของรัฐจำนวน 14 แห่ง และเอกชนจำนวน 11 แห่ง จากนั้นจึงสุ่มประชากรเป้าหมายที่จะสัมภาษณ์อย่างเป็นระบบ ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 1,185 คน เป็นเพศชาย ร้อยละ 51.4 และเพศหญิง ร้อยละ 48.6
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error)
ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน ? 3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
วิธีการรวบรวมข้อมูล
ใช้การสัมภาษณ์แบบพบตัว (Face-to-face Interview) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถาม ที่มีโครงสร้างแน่นอน ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) และคำถามปลายเปิด (Open Form) จากนั้นคณะนักวิจัยได้นำแบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล : 25 – 30 สิงหาคม 2554
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ : 6 กันยายน 2554
ข้อมูลประชากรศาสตร์ของกลุ่มตัวอย่าง
จำนวน ร้อยละ
เพศ
ชาย 609 51.4
หญิง 576 48.6
รวม 1,185 100.0
ประเภทของสถานศึกษา
รัฐบาล 680 57.4
เอกชน 505 42.6
รวม 1,185 100.0
http://www.kroobannok.com/45335


5:53 AM
saxo1