Thursday, December 23, 2010

“คาราบาว” ขยายไลน์ธุรกิจจำหน่ายเครื่องดนตรีสากล จับมือบอสใหญ่ไทยแอร์เอเชียย้ำแนวคิด “ใครๆ ก็เล่นได้”

“คาราบาว” ขยายไลน์ธุรกิจจำหน่ายเครื่องดนตรีสากล จับมือบอสใหญ่ไทยแอร์เอเชียย้ำแนวคิด “ใครๆ ก็เล่นได้”
เพื่อนพ้องวงดนตรี “คาราบาว” จับมือทัศพล แบเลเว็ลด์ บอสใหญ่ไทยแอร์เอเชีย ขยายไลน์ดนตรี สู่กลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น ดันธุรกิจจำหน่ายเครื่องดนตรีแบรนด์ “คาราบาว” เต็มที่ วางแผนเปิดหน้าร้านฃ  2 สาขาที่เดอะมอลล์ (สาขาบางกะปิและบางแค) พร้อมอวดโฉมกีตาร์รุ่นใหม่ราคาสุดคุ้มค่าอย่างต่อเนื่อง ให้ใครๆ สามารถเข้าถึงดนตรีได้ง่ายขึ้นนายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย ในฐานะที่ปรึกษาด้านการตลาด กล่าวว่า หลังจากที่คาราบาวและเพื่อนพ้องคนรักดนตรีร่วมกันก่อตั้งธุรกิจจำหน่าย เครื่องดนตรีสากลคาราบาว ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ทั้งนี้เป็นความตั้งใจจริงของคาราบาวที่นอกจากจะมอบความสุขผ่านเสียงดนตรีมา ยาวนานแล้ว ยังต้องการส่งเสริมการเล่นดนตรีให้กว้างขึ้น จากการทำธุรกิจดังกล่าว
“เราจะรุกด้านธุรกิจเพื่อให้เครื่องดนตรีคาราบาวเป็นที่รู้จักมากขึ้น ผ่านตัวแทนจำหน่าย บ.แลนด์โก้ ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี มีช่องทางการตลาดร้านค้ากว่า 100 แห่ง โดยปีนี้เราจะมีสาขาที่เข้าถึงง่ายในห้างสรรพสินค้า 2 สาขาที่ร้านพาวเวอร์มอลล์ เดอะมอลล์บางกะปิและบางแค การเริ่มเดินเข้าสู่ธุรกิจ Audio เช่น PA, Mixer, ตู้ Speaker และ EQ การทำการตลาดแบบ Mass Media ซึ่งจะทำให้ แบรนด์เครื่องดนตรีคาราบาวเป็นสากลแพร่หลาย”
นอกจากนี้ เครื่องดนตรีคาราบาวยังเพิ่มช่องทางจำหน่ายต่างๆ เปิดเว็บไซต์ www.carabaomusical.com สำหรับถาม-ตอบให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อเป็นการให้ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเป็นการรวมตัวของคนรักดนตรี โดยเราจะเปิด www.facebook.com/carabaomusic สำหรับติดตามความเคลื่อนไหวของคาราบาว ตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.นี้เป็นต้นไปด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเยาวชนมากขึ้น
ด้าน “พี่เล็ก คาราบาว” หรือนายปรีชา ชนะภัย กล่าวว่า เครื่องดนตรีเป็นสิ่งที่ผูกพันใกล้ตัว และพวกเราต้องการทำเครื่องดนตรีที่มีราคาสมเหตุสมผลและใครๆ ก็เล่นได้ เครื่องดนตรีคาราบาวจึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจดี โดยมีสินค้าที่หลากหลายเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของคนรักดนตรี
“ครั้งแรกที่เราเปิดตัวเครื่องดนตรีคาราบาว เราเริ่มต้นสินค้าจากกีตาร์และเบส แต่วันนี้เราให้บริการเครื่องดนตรีที่ครบวงจรมากขึ้น ทั้งคอลเล็คชั่นกีตาร์ต่างๆ ที่จะเพิ่มมากกว่า 10 รุ่นในปีนี้ และกว่า 30 รุ่นในปีถัดไป กลอง เบส เอฟเฟล็ค และแอมพ์ ทั้งสำหรับมือใหม่และมืออาชีพ ซึ่งจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและหลากหลายมากขึ้น และหวังว่าเครื่องดนตรีจะเป็นเพื่อนที่ดีกับทุกคนได้อย่างแน่นอน”

Monday, November 22, 2010

ดนตรีบำบัด

               ฟัง เสียงดนตรีคึกคักใจเราก็อยากเต้นตาม แต่พอเป็นจังหวะสบายๆ เราก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลาย อย่างกับว่าจังหวะและเสียงนั้นสั่งใจเราได้ก็ไม่ผิดนัก ด้วย เหตุนี้เอง คนยุคใหม่เลยนำความมหัศจรรย์ของดนตรีมาใช้กับการบำบัดความเครียด นอกเหนือจากการฟังเพลงทั่วๆ ไปแล้วรู้สึกดี ซึ่งจะว่าไปแล้ว ดนตรีไม่ได้เกิดจากจินตนาการในการจับโน่นผสมนี่ของตัวโน้ตอย่างที่เราคิด แต่เป็นการเรียบเรียงที่เป็นแบบแผน และมีโครงสร้างที่สามารถอธิบายในแนวทางวิทยาศาสตร์ได้ ดนตรีจึงสามารถสร้างขึ้นเพื่อนำมาบำบัดมความรู้สึก และอารมณ์เราได้อย่างน่าเชื่อถือ


 ดนตรีก็เป็นวิทยาศาสตร์
              
ดนตรี เป็นสื่อภาษาสากลที่ไม่ว่าคนชาติไหนๆ ก็เข้าใจเนื้อดนตรีเดียวกัน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้ ดนตรีจึงสามารถใช้สื่อสารได้กับคนทั้งโลก รวมทั้งการนำมารักษาโรคได้กับทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนที่ผิดปกติทางอารมณ์
    ตั้งแต่อดีตมาแล้วที่เรารู้จักดนตรี และยังพบว่ามันมีพลังมหาศาลนารรักษาโรค อย่างคนธิเบตก็ใช้วิธีการเคาะระฆัง เคาะชาม และใช้เสียงสวดมนต์ในพิธีกรรม ที่เชื่อด้วยว่าจะช่วยปรับสมดุลใจของเรา คนไทยเราเองก็ใช้การสวดมนต์ ที่นอกเหนือจากเรื่องศาสนาแล้ว ก็ยังเป็นคลื่นเสียงที่ช่วยสงบจิตใจเราให้นิ่งขึ้น
    นี่ล่ะที่เป็นเหตุผลที่ว่า เวลาเราซึมเซา อยากกระฉับเฉง แค่เปิดดนตรีฟังสนุกเราก็ตื่นตัวขึ้นมาได้ง่ายๆ แล้ว ดนตรีจึงมีพลังกับเราไม่น้อยเลย และยังสามารถนำมาจัดการกับความเครียดได้ด้วย เพราะหากเราได้ฟังดนตรีจังหวะผ่อนคลาย การทำงานของสมองเราจะตอบสนองตาม และร่างกายของเราจะเปลี่ยนไป เช่น หายใจเรียบขึ้น หัวใจเต้นช้าลง ความดันเลือกปกติ ม่านตาหดลง กล้ามเนื้อก็ไม่ตึงเกร็ง ผลดีเหล่านี้ทำให้เราศึกษาการใช้ดนตรีมาบำบัดความเครียดกันมากขึ้นเรื่อยๆ และยังรักษาร่างกายที่เจ็บป่วยได้อีกด้วย






Sunday, November 21, 2010

ลอยๆกะทง

       วันลอยกระมงเอ้ยกระทง วันนี้วันที่ 21 เป็นวันลอยกระทงใหญ่...เซ็งครับต้องเข้าโรงเรียนไม่ได้ไปลอยกระทงเลย กะ ว่าจะไปลอยกับสาวซะหน่อย ฮ่าๆๆ
       
สำหรับประวัติครับ

           การ ลอยกระทง จะมีขึ้น ใน วัน ลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทยส่วนใหญ่ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย
กิจกรรมวัน ลอยกระทง
นำกระทง ไป ลอยกระทง ตามแม่น้ำลำคลอง หรือตามแหล่งน้ำที่มีการจัดพิธี ลอยกระทง
จัดนิทรรศการ พิธี ลอยกระทง เพื่อเผยแพร่และอนุรักษ์ประเพณีไทย
ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ในการ ลอยกระทง เช่น การประกวดกระทง ประกวดนางนพมาศ การละเล่นพื้นเมือง เช่น รำวงเพลงเรือ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมไทย
จัดรณรงค์ให้มีการใช้วัสดุจากธรรมชาติมาทำกระทง เพื่อไม่ให้เกิดมลภาวะแก่แม่น้ำลำคลอง

เหตุผลในการลอยกระทง
         ลอยกระทง เพื่อขอขมาแก่พระแม่คงคา ลอยกระทง เพื่อบูชารอยพระพุทธบาทและบูชาเทพเจ้า ลอยกระทง ตามคติความเชื่อ ลอยกระทง เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมของไทยไว้ มิให้สูญหายไปตามกาลเวลา เพื่อรู้ถึงคุณค่าของน้ำหรือแม่น้ำลำคลอง อันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต

การ ลอยกระทง ในยุคปัจจุบัน

         การ ลอยกระทง ในปัจจุบัน ยังคงรักษารูปแบบเดิมเอาไว้ได้ตามยุค เมื่อถึงวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวงในเดือน 1 2 ชาวบ้านจะจัดเตรียมทำกระทงจากวัสดุที่หาง่ายตามธรรมชาติ เช่น หยวกกล้วย และดอกบัว นำมาประดิษฐ์เป็นกระทงสวยงาม ปักธูปเทียนและดอกไม้ เครื่องสักการบูชา ก่อนทำการลอยในแม่น้ำก็จะอธิษฐานในสิ่งที่มุ่งหวังพร้อมขอขมาต่อพระแม่คงคา ตามคุ้มวัดหรือสถานที่จัดงานหลายแห่ง มีการประกวดกระทง ประกวดนางนพมาศ และมีมหรสพสมโภชในตอนกลางคืน นอกจากนั้นยังมีการจุดดอกไม้ ไฟ พลุ ตะไล ซึ่งในการเล่นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ วัสดุที่นำมาใช้ทำกระทง ควรเป็นของที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายตามธรรมชาติ วันลอยกระทง สนุกกับการ ลอยกระทง นะคราบ 


   ว่าไปก็เซ็งนะครับที่โรงเรียนผมเปิดก่อนเเละอีกอย่างผมก็เป็นเด็กดีด้วยเลยเข้าโรงเรียนตรงเวลา...ฮ่าๆๆ....เลยไม่ได้ไปลอยกระทงในงานใหญ่วันนี้เลย...เเต่ก็อยากไปนะครับไปควงสาวไปซักคนนึง ฮ่าๆๆ ถ้าหาได้นะ
               ว่าเเต่คุณมีคนไปลอยกระทงด้วยรึยังถ้าไม่มีมารับผมหน่อยผมขอไปด้วยคนได้มั้ยคราบ.....

Friday, November 19, 2010

คำประพันธ์

อันชาติใดไร้ศานติสงบสุข            ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่
ณ ชาตินั้นนรชนไม่สนใจ              ในศิลปะวิไลสะอาดงาม
แต่ชาติใดรุ่งเรืองเมืองสงบ           ว่างการรบอริพลอันล้นหลาม
ย่อมจำนงศิลปาสง่างาม               เพื่ออร่ามเรืองระยับประดับประดา
อันชาติใดไร้ช่างชำนาญศิลป์        เหมือนนารินไร้โฉมประโลมสง่า
ใครใครเห็นไม่เป็นที่จำเริญตา       เขาจะพากันเย้ยให้อับอาย 






คิดว่าอย่างไรครับ

Tuesday, August 31, 2010

การเรียนการสอนวิชาดนตรีสากลในประเทศไทย : วิกฤตการณ์ที่มองไม่เห็น

  ดนตรีเป็นสิ่งที่จรรโลงโลก ช่วยสร้างความสุขให้เกิดแก่ผู้ที่ได้ยินได้ฟังตลอดจนผู้ที่เป็นผู้เล่นผู้ บรรเลง เคยมีรายงานการวิจัยทางการแพทย์ว่าเด็กที่เรียนรู้
ดนตรีควบคู่ไป กับวิชาการต่างๆ นั้น จะมีพัฒนาการทางสมอง ตลอดจนมีความเยือกเย็นนุ่มนวลในพฤติกรรมการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ดี กว่าและมากกว่าเด็ก
ที่ไม่ได้เรียนรู้ดนตรีเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ผู้เขียนเป็นเด็กเริ่มจำความได้ ก็ได้รู้จักเรียนรู้ดนตรีสากลมาตั้งแต่บัดนั้น จวบจนถึงบัดนี้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่สิบปีแล้ว
สิ่งที่คุณครูได้สอนให้ รู้จักก็คือชื่อของเสียงต่างๆ อันได้แก่ โด เร มี ฟา ซอล ลา ที รวมทั้งหมดเจ็ดชื่อ ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าเด็กไทยและคนไทยแทบจะทุกคนรู้จักกัน
เป็นอย่างดีอีก สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนเชื่อว่าคนไทยทุกคนคงจะรู้จักและเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง ของดนตรีสากล นั่นก็คือ “ความยาก” ไม่เชื่อท่านลองเข้าไปถามผู้บริหารสถาน
ศึกษา ต่างๆ ดูเถิด ร้อยทั้งร้อยก็จะตอบว่า “ยาก…” หรือไม่ก็ “เรื่องดนตรีคงต้องให้คุยกับครูดนตรี ตัวผมเองไม่สันทัดหรอก…” อะไรแบบนี้เป็นต้น ซึ่งเชื่อได้ว่าน่าจะ
ได้รับคำตอบแบบนี้เช่นเดียวกัน จากผู้บริหารการศึกษาในระดับที่สูงไปกว่านี้ ไม่ว่าจะในระดับกรมหรือในระดับกระทรวง และแม้กระทั่งในระดับที่สูงไปกว่านั้นก็คือใน
ระดับของคณะรัฐมนตรีตลอด เวลาสี่สิบกว่าปีที่ผ่านมานั้น ผู้เขียนได้พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับกระบวนการเรียนการสอนวิชา ดนตรีสากลในประเทศไทยหลายๆ
ประการ ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบสืบเนื่องซึ่งกันและกัน จนเป็นวงจรที่ไม่รู้จบ ผลที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดจากเหตุเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ว่าเหตุแต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น
เมื่อประกอบกันเข้าแล้ว ก็ได้ก่อให้เกิดเป็นวิกฤตการณ์ที่มองไม่เห็นอยู่ในปัจจุบันเรื่องแรกก็คือ เราจะพบเห็นหรือสังเกตเห็นได้ว่าเด็กนักเรียนจำนวนมากต่างพากันเมิน
หน้า หนีจากการเรียนรู้วิชาดนตรีสากล ซึ่งน่าจะเกิดมาจากกรอบการรับรู้ที่บอกเล่าสืบทอดกันต่อๆ มาในทุกระดับอายุและทุกระดับความคิดว่าการเรียนรู้ดนตรีสากล
เป็นเรื่อง ที่ยาก พอพูดถึงเรื่องการเรียนดนตรี ต่างก็นึกเห็นภาพของตัวโน้ตและบรรทัดห้าเส้นลอยเด่นเป็นเครื่องกีดขวางที่ น่ากลัวเสียแล้วเรื่องต่อมาก็คือ เราจะพบว่า
กระบวนการสอนวิชาดนตรีสากล ของครูดนตรีแทบจะทั้งหมดในประเทศไทยนั้น ล้วนแล้วแต่ติดอยู่ในกรอบการถ่ายทอด โดยทั้งหมดจะเริ่มต้นด้วยการสอนให้รู้จักกับ
ตัวโน้ตและบรรทัดห้าเส้น ซึ่งเป็นเหมือนกับยาดำหรือยาขมหม้อใหญ่ ไม่ว่าสำนักตักศิลาไหนๆ หรือตำราเล่มใดๆ ในประเทศไทยล้วนต่างมุ่งหน้าเดินไปตามวิธีการสอน
แบบนี้ แนวนี้ด้วยกันทั้งสิ้น ราวกับว่าถ้าไม่เริ่มเรียนรู้ดนตรีผ่านตัวโน้ตและบรรทัดห้าเส้นแล้ว ผู้เรียนจะไม่มีวันที่จะเข้าใจและจะไม่สามารถเล่นดนตรีสากลเป็นเพลงได้เลย
สัก คนกระนั้นผู้เขียนเองก็นึกแปลกใจว่านักดนตรีตาบอดที่มีอยู่มากมายก็ดี หรือนักดนตรี “แตรวง” นับร้อยวงที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย ซึ่งต่างเดินนำหน้าขบวนแห่นาค
ส่งนาคเข้าโบสถ์ทั่วประเทศไทยมาตลอดระยะ เวลาหลายสิบปีที่ผ่านมานี้ นับจำนวนนาคได้ไม่ถ้วนนั้นก็ดี หรือแม้กระทั่งนักดนตรีบางคนในวงยอดนิยมบางวงที่ไม่เคย
เรียนรู้ตัวโน้ต มาก่อนก็ดี รวมตลอดไปถึงนักดนตรีในสมัยก่อนหน้าที่จะมีการเรียนรู้ตัวโน้ตและบรรทัดห้า เส้นก็ดี เขาเหล่านั้นดูถ้าจะเป็นนักดนตรีผู้วิเศษหรืออย่างไร
ที่ สามารถเล่นดนตรีได้โดยไม่ต้องเรียนรู้ตัวโน้ตและบรรทัดห้าเส้นการที่นัก ดนตรีตาบอดก็ดี หรือนักดนตรีแตรวงก็ดี ตลอดจนนักดนตรีอื่นๆ ที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ ซึ่ง
ส่วนใหญ่เกือบจะร้อยทั้งร้อยล้วนแต่ไม่เคย ได้เรียนรู้ดนตรีผ่านตัวโน้ตและบรรทัดห้าเส้น แต่กลับสามารถเล่นดนตรีได้เป็นอย่างดีนั้น เป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้
ฝึกฝนดนตรีนั้นสามารถทำได้โดยไม่ ต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ผ่านตัวโน้ตและบรรทัดห้าเส้นก็ได้ เพียงแต่ว่าถ้าสามารถอ่านโน้ตและปฏิบัติโน้ตได้ด้วย ก็จะยิ่งดีมากขึ้น
เท่า นั้นเปรียบได้กับเด็กที่ยังไม่เคยผ่านการเรียนรู้ ก.ข. กอกา แต่ก็สามารถสื่อสารส่งเสียงพูดคุยกับคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นแล้วถ้าได้มีโอกาสเรียนต่อใน
โรงเรียนก็จะสามารถอ่านออกเขียน ได้ในภายหลัง คงไม่มีเด็กทารกคนใดที่พอลืมตาดูโลกขึ้นมาก็เริ่มเรียนเขียนอ่าน ก.ไก่ ข.ไข่ กันตั้งแต่แรกเกิดเป็นแน่

        สองเรื่องแรกที่ผ่านไปนั้น ได้ส่งผลให้เรื่องต่อมาก็คือจำนวนครูดนตรีที่จะมาถ่ายทอดความรู้ทางดนตรีให้ แก่เยาวชนของชาติก็ค่อยๆ ลดน้อยถอยลง ทางราชการ
หรือผู้เกี่ยวข้องที่มี หน้าที่รับผิดชอบดูแลการศึกษาของชาติก็ทำได้แต่เพียงการออกมาแก้ตัวว่า เป็นเพราะครูดนตรีมีจำนวนน้อย และวิชาดนตรีเป็นวิชาที่ยาก เท่านั้นเอง
ยัง ไม่มีผู้บริหารการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับสูงผู้หนึ่งผู้ใดมองเห็น ผ่านทะลุไปถึงการที่จะปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนวิชาดนตรีสากลให้เป็น เรื่องที่ทำได้
เข้าใจได้ง่ายๆ แต่ประการใด อาจจะเป็นไปได้ว่ายังมองไม่เห็นเป็นปัญหา หรือแม้จะมองเห็นเป็นปัญหาแล้ว แต่ก็ยังนึกหาวิธีการแก้ไขไม่พบ ก็เป็นได้

        วิธีการแก้ไขปัญหาที่ได้ทำอยู่ในปัจจุบันนั้น ทำโดยการตัดวิชาดนตรีออกจากตารางสอน ปรับเปลี่ยนให้เป็น “กลุ่มสาระ” แทน หมายความว่าถ้านักเรียนคนใดสนใจ
ก็ให้ไปเข้ากลุ่มเรียนรู้เอาเองไม่มี การเรียนการสอนตามตารางสอนแบบเดิมอีกต่อไป ซึ่งวิธีการนี้ดูจะแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูดนตรีได้เป็นอย่างดี แต่น่าจะเป็นการแก้ไข
ปัญหาแบบกำปั้นทุบดินเสียมากกว่า กล่าวคือเมื่อไม่มีครูหรือครูมีจำนวนน้อยไม่เพียงพอ ก็ไม่ต้องสอน ต่อไปใครอยากจะรู้ก็ให้ไปขวนขวายหาเอาเอง แบบว่าตามมีตามเกิด
ซึ่งก็คง จะเป็นวิธีที่นึกได้ทำได้อยู่ในปัจจุบัน ในขณะที่ยังนึกหาวิธีการที่ดีกว่านี้ไม่ได้แต่เป็นที่น่าแปลกใจ ที่เมื่อเวลามีการสอบรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีของภาควิชาดนตรี
ใน มหาวิทยาลัยต่างๆ ก็มักจะพบว่าข้อสอบที่ออกมาใช้สอบคัดเลือกนั้น ดูราวกับว่าเด็กนักเรียนในระดับต้นๆ ก่อนหน้านั้นได้รับการสอนวิชาดนตรีสากลมาเป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่จริงๆ
แล้ว แทบจะไม่มีโรงเรียนใดสอนดนตรีได้มากมายขนาดนั้นเลย เด็กที่สอบได้ล้วนแล้วแต่มีความรู้ความสามารถทางดนตรีเป็นอย่างสูง ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าส่วนใหญ่ล้วนเป็นเด็กที่มา
จากครอบครัวที่มีฐานะ ความเป็นอยู่ที่ดีทั้งสิ้นส่วนผู้ที่มีโอกาสทางการศึกษา ได้ร่ำเรียนวิชาดนตรีในระดับมหาวิทยาลัยจนจบปริญญา อันมีจำนวนน้อยนิด ซึ่งควรจะต้องมาทำหน้า
ที่เป็นครูถ่ายทอดความรู้ให้กับยาวชนรุ่นต่อไป นั้น บางส่วนก็กลับไม่ได้เลือกที่จะประกอบอาชีพราชการครูเพราะต้องการความอิสระ จึงยิ่งทำให้จำนวนครูดนตรีที่แต่เดิมมีน้อยอยู่แล้ว
นั้นก็ยิ่งลดน้อยลงทุกขณะ

         สำหรับผู้ที่เลือกเข้ามาทำหน้าที่ครูดนตรี ก็ติดกรอบการเรียนรู้และการถ่ายทอด กล่าวคือตนเองเรียนรู้มาอย่างไร ก็สอนไปอย่างนั้น นั่นก็คือการสอนดนตรีด้วยการเริ่มต้นที่
ตัวโน้ตและบรรทัดห้าเส้นต่อไป เรื่องนี้นับเป็นเรื่องปกติ ตราบเท่าที่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการเรียนการสอนวิชานี้

          ทั้งหมดทั้งปวงที่กล่าวมานั้นก็ดำเนินไปเป็นวงจร ปีแล้วปีเล่า รอบแล้วรอบเล่า ผู้เรียนก็เมินหน้าหนี ผู้สอนก็น้อยลงทุกที ผู้เขียนเองก็นึกแปลกใจ ที่ผู้บริหารการศึกษาในระดับ
สูงของชาติที่มี หน้าที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้ให้ความสนใจในการที่จะคิดค้นหาวิธีการถ่ายทอดวิชา ดนตรีในแนวอื่นเข้ามาใช้ในกระบวนการศึกษา ยังคงสอนด้วยวิธีเดิมๆ ต่อไป ทั้งๆ ที่รู้ว่า
กระบวนการเรียนการสอนด้วยวิธีเดิมๆ ก็ให้ผลแบบเดิมๆ

               ผู้เขียนเคยผ่านการเรียนในวิทยาลัยพณิชยการ มีจำนวนนักเรียนแต่ละรุ่นแต่ละวิทยาลัย ไม่ต่ำกว่ารุ่นละสี่ร้อยคน ในแต่ละรุ่นนั้นจะมีผู้ที่พิมพ์ดีดเร็วจี๋อยู่เพียงสองสามคน
แต่ว่านักเรียนทั้งรุ่นพิมพ์ดีดได้ทุกคน แปลว่าผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาวิชาพิมพ์ดีดเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

                ลองหันกลับมาพิจารณาจำนวนนักเรียนระดับมัธยมต้น ทั้งประเทศมีจำนวนหลายแสนคนในแต่ละปี แต่ถ้าเรานับดูจำนวนผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจทางดนตรี
กลับมีอยู่เพียง ไม่กี่สิบกี่ร้อยคนเท่านั้น แปลว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอนวิชาดนตรีสากลของประเทศไทยเรามีอยู่เพียง ไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แปลกใจว่าผู้บริ
หารการศึกษาในระดับกระทรวงหรือระดับชาติกลับไม่เคยมองเห็นความผิดปกติในเรื่องนี้

               ผู้เขียนไม่ใช่นักดนตรีที่มีฝีมือเก่งกาจ ไม่ใช่ผู้ที่มีชื่อเสียงทางดนตรี แต่ผู้เขียนพอจะมีความรู้ความเข้าใจในหลักการดนตรีสากล ในระดับที่ผ่านการเรียนวิชา
เรียบเรียงเสียงประสานมาแล้ว ผู้เขียนมีความเห็นว่าทฤษฎีดนตรีสากลนั้น สามารถถ่ายทอดได้โดยยังไม่ต้องใช้ตัวโน้ตและบรรทัดห้าเส้น และการเรียนรู้ทฤษฎีดนตรีสากล
เป็นคนละส่วนกับการเรียนรู้การเล่นดนตรี สากลด้วยการอ่านตัวโน้ต มิหนำซ้ำการได้เรียนรู้และเข้าใจทฤษฎีดนตรีสากลไปก่อนนั้น จะช่วยเสริมแรงให้การเรียนรู้การเล่นดนตรี
สากลด้วยการอ่านตัวโน้ตนั้น ได้ผลสัมฤทธิ์มากขึ้นและเร็วขึ้นกว่าเดิม ผู้เขียนมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าการเรียนการสอนวิชาหลักการหรือทฤษฎีดนตรี สากลโดยยังไม่ต้องใช้ตัวโน้ต
และบรรทัดห้าเส้นนี้ สามารถทำได้กับนักศึกษาระดับปริญญาตรีหลักสูตรใดๆ ก็ได้ โดยใช้เวลาไม่นานเกินหนึ่งภาคเรียนอย่างแน่นอน

            สำหรับการเรียนรู้การเล่นดนตรีสากลด้วยการอ่านตัวโน้ตนั้นเป็นเรื่องของการ ฝึกฝนต่อยอด ซึ่งหากบุคคลผู้นั้นได้รับรู้เรียนรู้หลักการดนตรีสากลไปก่อนแล้วก็จะทำ
ให้ การฝึกฝนเรียนรู้ทำได้ง่ายยิ่งขึ้น ขึ้นอยู่กับความสนใจความรักความชอบของแต่ละบุคคล เชื่อได้ว่าจะทำให้จำนวนผู้ฝึกฝนเรียนรู้ดนตรีจนถึงขั้นที่ชำนาญใช้การได้ นั้นเพิ่ม
ขึ้นมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว

           ผู้เขียนไม่ได้บอกว่าการที่จะเรียนรู้และฝึกฝนการเล่นดนตรีสากลนั้นไม่ต้อง ใช้ตัวโน้ตและบรรทัดห้าเส้น เพียงแต่ต้องการจะบอกว่าการเรียนรู้ทฤษฎีดนตรีสากลโดยยัง
ไม่ต้องใช้ตัว โน้ตและบรรทัดห้าเส้นนั้นเป็นสิ่งที่อยู่ในวิสัยที่จะทำได้ โดยไม่ทำให้ผู้เรียนบังเกิดความเบื่อหน่ายหรือขยาดกลัวเสียก่อน เมื่อเรียนรู้เข้าใจดีแล้ว หากจะเรียนรู้เพิ่ม
เติมในเรื่องของตัวโน้ต และบรรทัดห้าเส้นก็จะทำได้ง่ายขึ้นกว่าการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบเดิมๆ ที่ทำให้ผู้เรียนขยาดกลัวตั้งแต่เริ่มต้นเห็นตัวโน้ตและบรรทัดห้าเส้นเสีย แล้วนั้น
และผู้เขียนก็ไม่ได้บอกอีกด้วยว่าจะต้องเรียนเฉพาะทฤษฎีดนตรี สากลเท่านั้น หากแต่ต้องการจะบอกว่าควรจะให้เด็กมีความเข้าใจในทฤษฎีดนตรีสากลที่สามารถ สอนได้ถ่ายทอด
ได้เรียนรู้ได้ โดยยังไม่ต้องใช้ตัวโน้ตและบรรทัดห้าเส้นเสียก่อน ควบคู่ไปกับการเรียนเนื้อหาสาระต่างๆ ตลอดจนการฝึกฝนการปฏิบัติดนตรีควบคู่กันไป เรียกได้ว่าอย่างน้อยก็ขอ
ให้ เข้าใจหลักการทางดนตรีเสียก่อน เมื่อรู้เมื่อเข้าใจหลักการแล้วก็จะไม่เกิดความเบื่อหน่ายรังเกียจที่จะ ฝึกฝน หนำซ้ำอาจจะเกิดความรักความสนใจมากขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
ส่วนเรื่องที่ว่าจะฝึกฝนได้ชำนาญแค่ไหนเพียงใดนั้นเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล ที่จะเกิดผลตามมาภายหลัง

        สำหรับกระบวนการสอนและวิธีการถ่ายทอดความรู้ไปสู่เยาวชนนั้น คงต้องมอบให้เป็นหน้าที่ของคุณครูผู้สอนที่จะได้ค่อยๆ สอดแทรกความรู้ไปสู่เยาวชนในช่วงเวลาที่
พอเหมาะพอสมแก่วัยของผู้เรียน หรือมิฉะนั้น หากผู้บริหารการศึกษาระดับสูงของประเทศจะได้ให้ความสำคัญ ดำเนินการจัดทำเป็นหลักสูตรเพื่อให้คุณครูผู้สอนได้ใช้เป็นหลัก
ก็จะ ยิ่งเป็นคุณูปการแก่การเรียนการสอนวิชาดนตรีสากลของชาติไทยเป็นอย่างยิ่ง อาจจะช่วยแก้ไขปัญหาและภาวะวิกฤตการณ์ทางการเรียนการสอนวิชาดนตรีสากลของ
ประเทศไทย ซึ่งเป็นวิกฤตการณ์ที่ไม่มีผู้ใดมองเห็นนี้ ให้คืนสู่สภาพที่ดีที่ควรจะเป็นก็เป็นได้

        ผู้เขียนได้แต่แอบตั้งความหวังไว้ในใจว่า จะมีผู้บริหารการศึกษาระดับสูงของชาติได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้ และผู้เขียนพร้อมเสมอที่จะให้ความร่วมมือในการบอกเล่าถึงวิธี
การสอน ทฤษฎีดนตรีสากลโดยยังไม่ต้องใช้ตัวโน้ตและบรรทัดห้าเส้นนี้ เพื่อที่วิกฤตการณ์ที่ไม่มีผู้ใดมองเห็นนี้จะได้พ้นไปจากประเทศไทยเสียที

Wednesday, August 25, 2010

หุ่นยนต์


หนึ่งเดียวในภาคเหนือ ชนะเลิศหุ่นยนต์ระดับประเทศ
โรงเรียน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดและแข่งขันหุ่นยนต์ สพฐ ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2553
ตาม ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดการประกวดและแข่งขันหุ่นยนต์ สพฐ ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม –1 สิงหาคม 2553 ณ ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต จังหวัดปทุมธานี มีโรงเรียนเข้าร่วมประกวดและแข่งขันทั้งหมดกว่า 500 ทีม ทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั่วประเทศ
ซึ่งการแข่ง ขันในครั้งนี้ ทางโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา ได้รับรางวัลชนะเลิศ ระดับประเทศ ประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยมีนักเรียน ได้แก่ เด็กหญิงกัณพัชร์ รักอำนวยกิจ ม.3/วิทยาศาสตร์, เด็กหญิงเนตรนภา เข็มพิลา ม.3/วิทยาศาสตร์ และเด็กหญิง สิริลักษณ์ พันธ์วงค์ ม.3/วิทยาศาสตร์ และมีครูผู้ควบคุมทีม คือ นายชญานัท บัวหลวง สำหรับการเข้าร่วมการประกวดและแข่งขันหุ่นยนต์ สพฐ ในครั้งนี้ โรงเรียนจัดส่งทั้งหมด 3 ประเภท อีก 2 ประเภท ได้รับรางวัลชมเชย ดังนี้ประเภทหุ่นยนต์ต่อสู้ 2 ตัว นักเรียนได้แก่ นายสัชฌะ แก้วเขียว ม.4/1, นายศิวนนท์ ใจนา ม.4/1 และนายพณวรรษ ปัตตาถานัง ม.4/2 และครูผู้ควบคุมทีม คือนายชวลิต ชัยชนะและโครงงานหุ่นยนต์ทำมือ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นนักเรียนได้แก่ เด็กหญิงติลลกา กุสลานุภาพ ม.3/วิทยาศาสตร์, เด็กหญิง เจียรนัย บุญสูง ม.3/วิทยาศาสตร์ และเด็กหญิงศศิธร โกษา ม.3/วิทยาศาสตร์ ครูผู้ควบคุมทีม คือ นายจักรพันธิ์ กิ่งโพธิ์ สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมแข่งขันระดับนานาชาติที่จะจัดขึ้น ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ชาวสว.พย. เตรียมตัวสู้เต็มอัตรา.

ลูกเสือ

เนื่องด้วยวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา จึงได้จัดพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามในวันที่ 6 กรกฎาคม 2553 ซึ่งหัวหน้ากิจการลูกเสือ เนตรนารีได้กล่าวรายงานกิจกรรมของคณะลูกเสือ เนตรนารี โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยาที่ได้ดำเนินการตลอดมา อาทิ การเรียนรู้ในด้านวิชาการ การบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวมและการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆกับทางชุมชน ทั้งนี้หัวหน้ากิจการลูกเสือ เนตรนารี ได้มอบเกียรติบัตร รางวัลชนะเลิศการประกวดเดินขบวนสวนสนาม แก่ทางโรงเรียน

Monday, August 23, 2010

ที่ผ่านมา

นายธวัช ชุมชอบ ผู้อำนวยการโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา ได้นำคณะครูและนักเรียน ร่วม 40 คน ไปศึกษาดูงานระดับโลก คือ World Expo 2010 ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 27-31 กรกฎาคม 2553 ซึ่งมหกรรมครั้งนี้ประเทศภาคีสมาชิกมากกว่า 150 ประเทศ ได้นำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ รวมทั้งภาพสะท้อนของการดำเนินชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ของแต่ละประเทศ ภายใต้แนวคิด “Better City, Better Life : เมืองที่ดีกว่า ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่ของสังคมมนุษย์ รวมทั้งการพัฒนาที่ยั่งยืนในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อม เพื่อให้มีเมืองที่ดีกว่า เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่ง ศาลาไทยของเรา ก็สามารถจัดกิจกรรมการนำเสนอให้ชาวต่างชาติได้เห็นถึงจุดเน้นและวิถีชีวิต ของคนไทยได้อย่างชัดเจน จนมีผู้รอเข้าชมจำนวนมาก
          การศึกษาดูงานในครั้งนี้ สร้างความประทับใจและความตื่นตาตื่นใจให้แก่คณะครูและนักเรียนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวคิดการนำเสนออย่างสร้างสรรค์และการใช้เทคโนโลยีที่ทัน สมัยในการทำงาน ซึ่งเป็นการเพิ่มวิสัยทัศน์ให้แก่คณะศึกษาดูงานในการที่จะได้นำประสบการณ์ ที่ได้รับมาใช้ในการพัฒนางานของตนเอง นอกจากนั้นการศึกษาดูงานครั้งนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนได้ ฝึกทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน ในสถานการณ์จริง ได้เป็นอย่างดี

Saturday, August 21, 2010

เบื่อๆๆ

บรรยากาศในโรงเรียนครับ...ตอนเเรกมีคนเยอะไม่น่ากลัวครับเเต่อยู่คนเดียวเเล้วมัน...น่ากลัวสุดๆ

        การอบรมก็ผ่านมาด้วยดีครับถึงจะน่าเบื่อไปหน่อย
                 ตอนเเรกก็นึกว่าจะสอนตั้งเเต่เเรกเริ่มที่ไหนได้เเค่เอามาประกอบเเค่นั้นเองครับเซง
                 ไม่ถูใจเด็ก ม.3 เลย    เเล้วจะหาภาพมาให้ดูนะ...รอๆๆ

Thursday, August 19, 2010

อบรมณ์

วันพรุ่งเสาร์มีการอบรมณ์เกี่ยวกับเครื่องบินเล็กเเละวิธการทำวงจรเครื่องบินเเบบ 2 ch.
      ในวันงานจะมีการอบรมณ์เพื่อให้ความรู้เรื่องวงจรเเละการสร้างวงจรของเครรื่องบินจำลอง

Wednesday, August 18, 2010

ออกงาน

วันศุกร์ต้องออกงานที่โรงเรียนครับ....เปิดตัวเครื่องบินเล็ก
   เเละจะมีการอบรมการประกอบวงจรเครื่องบินบังคับวิทยุ 2 ch.
   น่าสนุกครับ....เเต่งานนี้มีการคัดคนไว้เเล้ว ....เซง

Friday, August 13, 2010

ประกวดหนุ่มเพรชสาวพลอย

วันเสาร์นี้โรงเรียนมีการประกวดหนุ่มเพรชสาวพลอย
          ที่มา: งานประกวดนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้มีการคิดเเละประดิษฐ์สิ่งของเช่น เสื่อผ้า ที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ซึ่ง จะมาประชันกันบนเวที   การประกวดนี้ส่งเข้าประกวดเป็นระดับชั้นตั้งเเต่ ม.ต้น  ถึง ม.ปลาย
รอบเเรกก็คัดเลือกเสร็จเเล้ว     พรุ่งนี้จะเป็นการตัดสินว่าใคร ชั้นไหน จะได้เป็น หนุ่มเพรชสาวพลอย

mom

วันเเม่ที่ผ่านมาครับโรงเรียนได้จัดงานวันเเม่ขึ้นเพื่อเเสดงความรักถึง...เเม่

                       ในวันนั้นวัันที่ 12 ที่ผ่านมา ก็ได้มีการถวายพานพุ่มเเละเครื่องสักระต่างเเละได้เล่าประวัติเกี่ยวกับวัน เเม่เพื่อให้นักเรียนรู้ว่า  วันเเม่มีความสำคัญมากเเค่ไหน







             รายละเอียดจะตามมาทีหลังครับพร้อมรูป