Friday, April 22, 2011

15 เรื่องแปลกแต่จริงที่ไม่น่าเป็นไปได้

1. ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก
ส่วนใหญ่เราต้องตอบว่า "ยอดเขาเอเวอเรสต์"
แต่ จริงๆแล้วไม่ใช่ ที่ถูกต้องคือ "ยอดเขามัวนาเคีย (Mauna Kea) " ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของหมู่เกาะฮาวาย ถ้าวัดจากตีนเขา ซึ่งอยู่ที่ระดับพื้นดินใต้ทะเลจะสูงถึง10,200 เมตร ทั้งๆที่ยอดเขาเอเวอเรสต์สูงแค่ 8,848 เมตรนั่นเอง

2.สถานที่ใดแห้งแล้งที่สุดในโลก
ทวีป แอนตาร์กติกา ที่ขั้วโลกใต้ พื้นที่บางส่วนของทวีปนี้ ไม่มีฝนตกมาประมาณ 2ล้านปีแล้ว พื้นที่บางส่วนของที่นี่ไม่มีหิมะ ปราศจากน้ำแข็งและไม่มีฝนตกมาเลย เรียกว่า หุบเขาแห้ง(Dry Valley) เรียกได้ว่าแห้งแล้งกว่าทะเลทรายซาฮาร่า 250 % เลยทีเดียว

3.อะไรคือสิ่งที่มีขนาดใหญ่สุดที่วาฬสีน้ำเงินจะกลืนได้
มันคือ ขนาดของ ส้มหนึ่งผล ส่วน สิ่งที่เล็กที่สุดที่วาฬจะกลืนได้ คือ ฝุ่นทรายใต้ทะเล

4.สัตว์ชนิดใดอันตรายที่สุดตั้งแต่เคยมีมา
ครึ่งหนึ่งของมนุษย์ที่เสียชีวิต ประมาณ 45,000 คน ถูกฆ่าด้วยน้ำมือของยุงเพศเมีย

5.โลกมีดวงจันทร์เป็นบริวารกี่ดวง
อย่างน้อย7ดวงซึ่งมีอยู่ดวงเดียวที่เรามองเห็น

6.แสงเดินทางด้วยความเร็วเท่าใด
คำ ตอบคือไม่แน่นอน มีแต่ในภาวะสุญญากาศเท่านั้นที่แสงจะเดินทาง ด้วยความเร็วเกือบ300 000กม. ต่อวินาทีได้ ในตัวกลางอื่นๆแสงจะเปลี่ยนความเร็วไปอย่างมาก

7.อูฐเก็บอะไรไว้ในโหนกของมัน
ที่เก็บไว้คือไขมัน โหนกของอูฐไม่ได้เก็บน้ำไว้น้ำจะอยู่ตามร่างกายอูฐ

8.สิ่งที่ก่อสร้างโดยฝีมือมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
หาก ถ้าเราตอบว่า "พีระมิด หรือ กำแพงเมืองจีน" จริงๆแล้วไม่ใช่ สิ่งที่ถูกต้องคือ เฟรชคิลล์ เกาะสำหรับทิ้งขยะในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นเกาะที่ชาวอเมริการ่วมกันสร้าง สันนิษฐานว่าอีก 10 ปี ข้างหน้า จะใหญ่กว่าทวีปออสเตรเลียซะอีก เพราะรวมขยะทั่วโลกกองกันไว้ที่นั่น

9.สิ่งมีชีวิตใดที่มีโอกาสจะรอดชีวิตจากนิวเคลียร์มากที่สุด
แมลงสาบเป็นคำตอบที่ผิด ประเด็นที่น่าสนใจคือทำไมพวกเราจึงเชื่อว่าแมลงสาบมีโอกาสรอดที่สุด
นัก วิทยาศาสตร์2คนนำแมลงหลากหลายชนิดไปทดสอบกับปริมาณรังสีนิวเคลียร์ในหน่วย แรด (rad)มนุษย์จะตายเมื่อมีรังสี 1000แรด แมลงสาบ20 000แรด แมลงวันผลไม้อยู่ที่64000 ขณะที่ตัวต่อจะตายในปริมาณ180000แรด ส่วนผู้ที่ครองอันดับหนึ่งคือ แบคทีเรียชื่อไดโนคอดคัส เรดิโอ

10.สิ่งใดที่ตัวอสุจิของผู้ชายให้คึกคักได้
กลิ่นดอกลิลลี่แห่งหุบเขา(lilly of the valley)

11.สัตว์อะไรขึ้นสู่อวกาศเป็นตัวแรก
แมลงวันผลไม้ขึ้นไปกับจรวดV2 ไม่ใช่สุนัขที่ชื่อ "ไลก้า"

12.คนที่ล่องเรือไปรอบโลกคนแรก
เฮนรี่ เดอะ แบล็ก แต่ไม่มีใครทราบเพราะไปอย่างลึกลับ แต่มีคนไปพบศพที่เกาะแห่งหนึ่งอยู่ที่แหลมของขั้วโลกใต้

13.สัตว์ชนิดใดมีความยาวที่สุดในโลก
หลายคนตอบว่าต้องเป็นวาฬสีน้ำเงิน แต่จริงๆไม่ใช่ แต่เป็น หนอนริบบิ้น ซึ่งถ้ามาวัดขนาด จะยาวกว่าวาฬสีน้ำเงินถึง 11 เท่า

14.จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณตัดไส้เดือนออกเป็น 2 ท่อน
ก็ได้แค่ซากไส้เดือนตายนะสิ บางครั้งส่วนหัวอาจมีชีวิตอยู่ แต่คุณไม่ได้ไส้เดือน 2 ตัวจากการแบ่งหรอก

15.เสียงอะไรดังที่สุดในมหาสมุทร
มันคือฝูงกุ้ง ซึ่งดังกว่าเสียงต่างๆในทะเลถึง 7 เท่า

---------------------------------------------------------------------------

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับปลาสวยงาม สัตว์เศรษฐกิจและเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่นี่จ้า
เครดิต : http://myaqualove.blogspot.com

Thursday, April 21, 2011

เรียนดนตรีจบแล้วจะไปทำงานอะไร

 คำถามนี้เป็นคำถามที่ผมและคณาจารย์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ต้องทำการบ้านเตรียมตัวตอบ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ในช่วงเวลาปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่อยู่เป็นประจำทุกๆ ปี


      ผมคิดว่า คำถามนี้เป็นคำถามที่ตอบยาก ถ้าอยากจะได้คำตอบที่แท้จริง คงจะต้องใช้เวลาตอบเป็นส่วนตัวกันทีละคน ซึ่งคงจะใช้เวลาหลายวัน กว่าจะตอบจนพอใจกันได้ทุกฝ่าย ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้จริงหรือไม่


      ที่ว่าจะต้องตอบกันทีละคนนั้น โดยส่วนตัวผมจะต้องเข้าใจจุดมุ่งหมายของผู้ถามเสียก่อนว่า “จะไปทำงานอะไร” นั้น จริงๆ แล้วหมายความว่าอย่างไร จะแปลว่า “จะไปทำอะไรกิน” คราวนี้ต้องถามกลับไปว่า กินมากกินน้อยแค่ไหน กินเท่าไรจึงจะมีความสุข ถ้าจะถามตรงๆ ว่า “จะทำเงินได้มากแค่ไหน” ก็คงยิ่งจะต้องคุยกันต่อว่า มีเงินมากแค่ไหนจึงจะพอ แล้วถ้าทำเงินได้มากมายมหาศาลแล้วจะเอาเงินไปทำอะไร แต่ถ้าบังเอิญมีคนถามว่า เป็นนักดนตรีแล้วจะเป็นมนุษย์ที่อารมณ์ดีมีความสุขหรือเปล่า ถ้าคราวนี้ก็ต้องคุยกันต่อว่า ความสุขในความหมายของคนถามนั้นคืออะไร ท่าทางคงจะต้องคุยกันอย่างจริงจังสำหรับคำถามนี้


      จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของผม ผมสามารถอธิบายให้นักเรียนดนตรีฟังได้ว่า สิ่งที่ผมเรียนรู้จากดนตรีคลาสสิกนั้นมากมายกว่าการได้เดินขึ้นเวทีแสดงหรือ การมีผลงานออกวิทยุโทรทัศน์ ดนตรีคลาสสิกมีประวัติศาสตร์ยาวนานสั่งสมมากว่าพันปี     จากประวัติศาสตร์เราได้เรียนรู้จากผลงานของนักดนตรีและนักแต่งเพลงจำนวนมาก หลายๆ คนทำให้มนุษย์ปัจจุบันพิศวง จนทุกวันนี้ผมยังเกิดความปิติที่ตนเองได้สัมผัสและถ่ายทอดผลงานของอัจฉริยะ บุคคลเหล่านี้


      นักเรียนดนตรีคลาสสิกต้องทุ่มเทเวลาให้กับการฝึกซ้อมอย่างมาก การฝึกซ้อมดนตรีจริงๆ นั้นต่างจากการเล่นมากๆ ไม่ไพเราะ แล้วก็ไม่สนุกเอาเสียเลย นักดนตรีจะต้องพิจารณาถึงปัญหาต่างๆ ของเครื่องดนตรี รวมไปถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับบทเพลง ต้องซ้อมซ้ำๆ จนมั่นใจว่าจะไม่มีอะไรติดขัดเมื่อถึงเวลาที่จะต้องแสดง เมื่อครั้งที่ผมไปเรียนดนตรีในต่างประเทศ ทางโรงเรียนจัดให้อยู่ในบ้านพักที่มีนักเรียนดนตรีสิบกว่าคน ทุกคนซ้อมดนตรีเฉลี่ยแล้วไม่ต่ำกว่าแปดชั่วโมงต่อวัน บางคนตื่นสายแล้วซ้อมไปจนดึกดื่น บางคนตื่นมาซ้อมแต่เช้ามืด บ้านหลังนั้นจึงมีแต่เสียงซ้อมดนตรีตลอดเวลา นักดนตรีจะเรียนรู้ถึงความอดทนเป็นสิ่งสำคัญ อดทนที่จะทำสิ่งที่ทำได้ยาก การมีสมาธิ มีสติที่จะต้องทำในสิ่งไม่สนุกนั้น เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับชีวิตของคนเรา ถ้ามีความอดทนในเรื่องเหล่านี้แล้ว ก็น่าจะอดทนในเรื่องต่างๆ ที่ประสบพบในชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสังคมในปัจจุบัน คงไม่มีใครเถียงว่า พวกเราต้องใช้ความอดทนสูงเพียงใด ที่จะรับข่าวสารที่ตรงกันข้ามกับความพึงพอใจของเราอยู่เสมอ


      ทุกวันนี้ผมเล่นดนตรีอย่างมีความสุข ความสุขไม่ได้มาจากสินจ้างรางวัล หรือชื่อเสียงในสังคม การฝึกซ้อมดนตรีอย่างจริงจังมาตลอดชีวิต ทำให้ได้สัมผัสกับผลงานของคีตกวีชั้นยอดอย่างสม่ำเสมอ ผมเรียนรู้ที่จะหาความสุขจากการแปรเปลี่ยนของท่วงทำนองและเสียงประสาน รสชาติสีสันของเครื่องดนตรีต่างๆ ที่หลากหลาย ความสุขประเภทนี้ไม่ต้องดื่มด่ำด้วยสุราหรือยาเสพติด ไม่เสียสุขภาพ และที่สำคัญมีเงินทองแค่ไหนก็ซื้อความสุขแบบนี้ไม่ได้ แล้วจะวิ่งหาเงินมากมายกันไปทำไม


      ชีวิตนักดนตรีคลาสสิกไปกันได้อย่างดีกับชีวิตที่เป็นครูอาจารย์ นักดนตรีคลาสสิกอย่างผมไม่สามารถแสดงดนตรีให้ดีได้ ถ้าไม่มีสติครบถ้วนสมบูรณ์ เราแทบจะไม่เคยพบว่านักดนตรีคลาสสิกดื่มสุราก่อนแสดง หรือว่าเป็นนักดนตรีที่เสียชีวิตจากการใช้ยาเสพติด ผมมีความสุขที่ได้เห็นนักเรียนของผมหน้าตาสดใสห่างไกลจากอบายมุขทั้งหลาย ดนตรีคลาสสิกทำให้ผมเห็นว่าความบันเทิงเริงรมย์นั้นไม่ได้สวนทางกับศีลธรรม และจริยธรรมไปเสียทั้งหมด


      เคยมีปราชญ์กล่าวไว้ว่า ครูสอนในสิ่งที่ตนเองเป็นไม่ใช่เพียงแต่สอนในสิ่งที่ตนเองรู้ คราวนี้ต้องหันมามองระบบการศึกษาของเราว่าสอนคนให้ไปเป็นอะไร แล้วครูที่สอนนั้นควรจะมีลักษณะเป็นอย่างไร ผมคงจะต้องหาคำตอบสำหรับพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ในปีถัดไป ในขณะนี้คิดได้เพียงแต่ว่า เรียนจบไปแล้วจะทำอะไรก็ได้ขอให้มีความสุข แต่ความสุขของคนเรานี่มันอยู่ที่ไหนกันแน่ อยู่ที่บ้าน ที่โรงเรียน ที่วัด ที่ตลาดหลักทรัพย์ หรืออยู่ที่ตัวเอง


     
ถามครูสอนดนตรีอย่างเดียวคงไม่พอเสียแล้ว

The Flow "พู่กัน" ระบายสีบน iPad

นักพัฒนาพยายามออกแบบสไตลัส (stylus) ที่เหมาะสำหรับการวาดรูปไปจนถึงสามารถใช้ระบายสีบนไอแพด (iPad) แต่หลายต่อหลายตัวทีออกมาก็ดูเหมือนจะทำงานได้ไม่สมบูรณ์นัก จนกระทั่ง สองหนุ่มนักประดิษฐ์ที่ Joystickers ได้พัฒนา "The Flow" สไตลัสที่มีดีไซน์แบบพู่กันระบายสีสำหรับจอสัมผัสที่ใช้เทคโนโลยี Capacitive แบบที่ใช้ใน iPad และแท็บเล็ต (tablet) ส่วนใหญ่ในท้องตลาด

The Flow เป็นสไตลัสที่มีดีไซน์เหมือนพู่กันจริงๆ แทนที่จะดูคล้ายหัวปากกาแบบที่พบเห็นกันตัวไป ที่สำคัญมันสามารถใช้ในการระบายสีบนหน้าจอ iPad, XOOM หรือแท็บเล็ตจากผู้ผลิตรายอื่นๆ ไปจนถึงสมาร์ทโฟน โดยคุณสามารถใช้ The Flow แทนพู่กันจริงๆ เพื่อป้ายระบายสีบนแอพฯอย่าง Sketchbook Pro ของ Autodesk หรือ ArtRage บน iPad ได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งแน่นอนว่า มันย่อมดีกว่าการใช้นิ้วเปล่าๆ ในการระบาย

Wednesday, April 13, 2011

โวล์กัง อะมาเดอุส โมสาร์ท

โวล์กัง อะมาเดอุส โมสาร์ท
โวล์กัง อะมาเดอุส โมสาร์ท
Wolfgang Amaeuus Mozozart

โมสาร์ทเป็นนักดนตรีชื่อดังมากคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้มีความเป็นอัจฉริยะมาตั้งเเต่เล็กเเละท่านได้เริ่มเรียนดนตรีมาตั้งเเต่อายุเริ่มได้สี่ขวบ

โมสาร์ท เกิดเมื่อ 27 มกราคม ปี ค.ศ. 1756 ที่เมืองซาลล์บูร์ก (Salzburg) ประเทศออสเตรีย บิดาเป็นหัวหน้าวงดนตรีเเละมีฝีมือในการเล่นไวโอลินมาก มารดาเป็นเเม่บ้านธรรมดา ท่านมีพี่น้องหลายคนเเต่เสียชีวิตหมด เหลือเพี่ท่านกับพี่สาวเท่านั้น
โมสาร์ท เล่นเพลงได้เพลงเเรกตอนอายุ 5 ขวบ พออายุได้ 6ขวบ บิดาก็ได้ให้ของขวัญเป็นไวโอลินหนึ่งตัวเเละเป็นตัวเเรกของเค้า(ถามว่ารู้ได้ไง ผมเดาเอาครับ) ที่อ่านมาประวัติเขียนไว้ว่า เค้าได้เรียนไวโอลินด้วนตัวเองด้วยไม่มีใครสอน มีอยู่ครั้งนึงที่ท่านโมสาร์ทได้ขอบิดาเข้าร่วมเล่นในวงโดยใช้ไวโอลินเเต่บิดาท่านก็ไม่ยอมเเต่เมื่อรบเร้าจนบิดายอมท่่านก็ได้ร่วมเล่นเเต่ต้องเล่นด้วยเสียงที่เบาที่สุด....  เเต่เมื่อท่านเล่นได้สักพักทุกคนก็หยุดเล่นเพราะ งง กับ เสียงไวโอลินของโมสาร์ท ที่เล่นได้ดีมาก... จากนั้นบิดาก็ตั้งใจฝึกฝนให้โมสาร์ทเพื่อที่ตั้งความหวังไว้ให้เป็นนักไวดอลินระดับโลก
          เเละโมสาร์ทยังสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้อีกหลายชนิดเช่น เปียนโนเเละออร์เเกน เเละต่อมา ท่านโมสาร์ทเเละพี่สาวก็ได้ออกเดินทางไปเเสดงดนตรีในหลายๆที่พร้อมกับบิดาของท่าน เเละได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากหลายๆสถานที่เช่น ออสเตรีย อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส



    โมสาร์ทมีผลงานประพันธ์ดนตรีประมาณ 200 กว่าชิ้น ล้วนเป็นผลลงานอมตะทั้งสิ้น เพลงสุดท้ายท่านได้เเต่งขณะที่ท่านกำลังป่วย  เเม้ขณะป่วยก็ยังต้องเอาเงินมาช่วยครอบครัว ซึ่งท่านเเต่งยังไม่เสร็จท่านก็ได้เสียชีวิตลง ท่านเสียชีวิตตอนอายุได้เพียง 35 ปีเท่านั้นเอง ท่านโมสาร์ถือว่าเป็นนักดนตรีอาพับมากเพราะเมื่อการจัดงานศพก็ไม่มีใครไปเพราะเกิดพายุเเละเมื่อมีคนลำลึกถึงเค้าก็ไม่มีใครจำหลุมฝังศพได้เพราะได้มีการนำศพไปฝังรวมกับศพอื่นเพราะความรีบร้อนของใครบางคน...

      ผลงานของท่าน โวล์กัง อะมาเดอุส โมสาร์ท
อุปรากรหรือโอเปรา กันนาตา มิซซาผู้ล่วงลับ  เพลงร้อง เพลงสำหรับวงดุริยางค์เครื่องสาย ดนตรีเชมเบอร์ ซิมโฟนี รวมทั้งที่ผมชอบมากมาย concerto 

Tuesday, April 12, 2011

ประวัติ Bodyslam

ประวัติ Bodyslam
Bodyslam วงร็อคแถวหน้าของวงการเพลงเมืองไทย ไม่ว่า Bodyslam จะออกผลงานเพลงมากี่อัลบั้มก็ไม่มีคำว่าแป๊ก เพราะ Bodyslam ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงฝีมือ จากรางวัลชนะเลิศ ด้วยรางวัลชนะเลิศจากเวที Hot Wave Music Awards เมื่อครั้งยังเป็นเด็กกางเกงขาสั้น จนถึงทุกวันนี้ ไม่มีใครไม่รู้จัก “Bodyslam” . . . 

สมาชิกในวง Bodyslam 

อาทิวราห์ คงมาลัย (ตูน) - นักร้องนำ
ธนดล ช้างเสวก (ปิ๊ด) - เบส  
ธนชัน ตันตระกูล (ยอด) - กีตาร์
สุชัฒติ จั่นอี๊ด (ชัช) - มือกลอง 

อดีตสมาชิก
รัฐพล พรรณเชษฐ์ (เภา) - กีตาร์ 
ปัจจุบันออกอัลบั้มเดี่ยว ในอัลบั้มชื่อ PRESENT PERFECT สังกัดค่ายสนามหลวง ในเครือแกรมมี่ 

 

ประวัติ...Bodyslam… 

วงละอ่อน เกิดจากการรวมตัวของเด็กนักเรียน 6 คน จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ที่หลงใหลในเสียงดนตรี (ละอ่อน เป็นภาษาถิ่นของภาคเหนือ แปลว่าเด็กๆ คนที่อายุน้อยกว่า และเป็นชื่อวันรับน้องของโรงเรียนสวนกุหลาบฯ ซึ่งเป็นการรับน้องระดับชั้นม.1 โดยรุ่นพี่ปี1 และม.6 ในขณะนั้น

  พ.ศ. 2539 รายการวิทยุ Hot Wave ได้จัดงานประกวดวงดนตรีระดับมัธยมศึกษาชื่อ Hot Wave Music Awards ขึ้นเป็นครั้งแรก วงละอ่อนจึงได้เข้าร่วมการแข่งขันและได้รับรางวัลชนะเลิศ จากจำนวนวงดนตรีจำนวนมากที่เข้าร่วมแข่งขัน ทำให้วงละอ่อนได้รับการเซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัด Music Bugs และออกอัลบั้มแรกในชื่อ ละอ่อน โดยเพลงที่ดังมากก็คือเพลง ได้หรือเปล่า และ นิดนึงพอ เป็นการรวมตัวกันของนักดนตรี(ส่วนหนึ่ง)ของวงละอ่อน ซึ่งเคยชนะเลิศการประกวด Hot Wave Music Award ครั้งที่ 1 และมีผลงานมาแล้วถึง 2 อัลบั้ม 

  หลังจากนั้นสมาชิกในวงก็ได้แยกย้ายกันไปเรียนต่อ ตามความถนัดของแต่ละคน ทำให้วิถีการดำเนินชีวิตแตกต่าง จนกระทั่ง "ตูน" นักร้องนำของวง ได้หวนกลับมาสนใจเล่นดนตรีอีกครั้ง และเริ่มแต่งเพลงอีกครั้ง จากนั้นไม่นานก็ได้ "เภา" ก็ได้มาช่วยงานเพลง และ "ปิ๊ด" ก็กลับมาช่วยทำงานเพลงในรูปแบบใหม่ และเปลี่ยนชื่อวงเป็น Bodyslam ซึ่งแนวดนตรีได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

  บอดี้สแลม หมายถึงอะไร จากคำอธิบายของพวกเขาเอง ที่มาของชื่อนี้มาจาก "ท่าๆ หนึ่งของมวยปล้ำ” แต่ถ้าแปลความหมายตรงตัว BODY แปลว่าร่างกาย SLAM คือ การทุ่ม เมื่อพอมารวมกันเป็น BODYSLAM ก็หมายถึง การทุ่มสุดตัว คือการทำงานเพลงกันเต็มที่ แบบทุ่มสุดตัว

อัลบั้ม Believe (พ.ศ. 2548) ทางวงได้หาสมาชิกใหม่เพื่อมาทำสตูดิโออัลบั้มใหม่ โดยที่มีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาคือ ยอด-ธนชัย ตันตระกูล มือกีตาร์ที่เคยเป็นนักดนตรีแบ็คอัพให้กับหลายศิลปิน ในตำแหน่งมือกีตาร์ กับ ชัช-สุชัฒติ จั่นอี๊ด มือกลองที่เคยแบ็คอัพ ให้กับ BODYSLAM มาตั้งแต่อัลบั้มแรก โดยที่หลังจากได้สมาชิกครบแล้ว พวกเขาก็ออกสตูดิโออัลบั้มใหม่ ในชื่อว่า Believe เปิดตัวด้วยซิงเกิ้ลแรกกับเพลง "ขอบฟ้า" ได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี และมีอีกหลายเพลงในอัลบั้มที่ได้รับความนิยม เช่น "ความรักทำให้คนตาบอด" "พูดในใจ" "คนที่ถูกรัก" และเพลงได้มีแขกรับเชิญพิเศษ "แอ๊ด คาราบาว" ในเพลง "ความเชื่อ" ยังมีเพลงอื่นๆ ที่นิยมอีก อาทิ "ห้ามใจ" "รักก็เป็นอย่างนี้"

อัลบั้ม Save My Life (พ.ศ. 2550) เพลงเปิดตัวเพลงแรกของสตูดิโออัลบั้มนี้ คือเพลง "ยาพิษ" เมื่อออกสู่ผู้ฟัง ก็ได้รับการตอบรับไม่น้อย เนื่องจากเนื้อหาและความหนักหน่วงทางดนตรีที่เพิ่มขึ้นมาก (มีดนตรีแนว Alternative ให้เห็นอย่างเด่นชัด) อาจจะรู้สึกได้ว่าในสตูดิโออัลบั้มนี้ แนวทางดนตรีของทางวงได้มีการเปลี่ยนแนวไป โดนเพลงอื่นๆในอัลบั้มที่เป็นที่นิยมก็มีหลายๆเพลงเช่น 'ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ,อกหัก,นาฬิกาตาย' ในอัลบั้มนี้ ตูนได้แต่งเพลงเองสองเพลงคือเพลง แค่หลับตา ซึ่งเพลงนี้ตูนได้ร้องคู่กับปนัดดา เรืองวุฒิ และเพลงขอบคุณน้ำตา และอีกเพลงที่ตูนแต่งเพลงร่วมกับ ขจรเดช พรมรักษา หรือ กบ Big Ass โปรดิวเซอร์ก็คือเพลง ยาพิษ และเป็นเกียรติของวง ที่เพลง เสี้ยววินาที ถูกใช้เป็นเพลงประกอบโฆษณา 24thSea Games 2007 Information Center Nakhon Ratchasima THAILAND

อัลบั้ม Project "PLAY" (พ.ศ. 2552)เป็น อัลบั้มพิเศษของทาง Gmm Grammy ที่จัดขึ้นมาเพื่อฉลอง 25 Gmm Grammy โดยอัลบั้มนี้จะอยู่ในหมวดของ Rock โดยให้แต่ละศิลปินได้เลือกเพลงเก่าของตำนานของ Gmm Grammy มา Cover ใหม่ ให้เป็นแนวของศิลปินเอง โดยทางวงได้เลือกเพลง เสียดาย ของ ธงไชย แมคอินไตย์

อัลบั้ม คราม (พ.ศ. 2553) สตูดิโออัลบั้ม ลำดับที่ 5 ของบอดี้แสลม หลังจากที่ ตูน นักร้องนำได้ลาสิกขาบทออกมา โดยการเปิดตัวซิงเกิ้ลใหม่ในสตูดิโออัลบั้มนี้ เพลง "คราม" ซึ่งมาพร้อมกับความแปลกใหม่ ในการใช้ซินธิไซเซอร์ ผสมลงไปในเพลงด้วย ตามด้วยซิงเกิ้ลที่ 2 อย่างเพลง"ความรัก" ซึ่งกลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมสูงสุดของอัลบั้มนี้ และมียอดการดาวน์โหลดสูงสุด ต่อมาในช่วงกลางปี ก็ได้ปล่อยเพลง "คิดฮอด" เพลงที่สร้างความแปลกใหม่ให้วงการเพลงร็อคไทย ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่ทางวง ได้นำเอาทำนองแบบหมอลำเข้ามาผสมในเพลงด้วย โดยได้เชิญ ศิริพร อำไพพงษ์ มาช่วยกันแต่งเนื้อใส่ในเพลงร็อคสไตล์โมเดิร์นที่มีกลิ่นอายของหมอลำจากพวกเค้า สร้างกระแสให้เพลงนี้เป็นที่พูดถึงมากในชุดนี้ก็ว่าได้ และยังมีเพลงในอัลบั้มที่เป็นที่นิยม อย่าง "เปราะบาง" และ "แสงสุดท้าย"

ร้อนแรงเหลือเกินสำหรับเอชทีซี (HTC)

ร้อนแรงเหลือเกินสำหรับเอชทีซี (HTC) เพราะผู้ผลิตสมาร์ทโฟนสัญชาติไต้หวันรายนี้สามารถบริหารกิจการรุ่งเรืองจนทำให้มูลค่าตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 30 เท่าเมื่อเทียบกับ 5 ปีที่แล้ว ทำสถิติล่าสุด 3.39 หมื่นล้านเหรียญ เหนือกว่ายักษ์ใหญ่เบอร์ 1 อย่างโนเกียและดาวรุ่งอนาคตไกลอย่างริม (RIM) ผู้ผลิตแบล็กเบอรี่นับพันล้านเหรียญ
 เอชทีซีหรือ High Tech Computer Corporation ถูกรายงานในเว็บไซต์ All Things D ว่าเป็นบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 3.39 หมื่นล้านเหรียญ (มากกว่า 1 ล้านล้านบาท) โดยคำนวณจากการคูณราคาหุ้นและจำนวนหุ้นในปัจจุบันของเอชทีซี มูลค่าตลาดดังกล่าวเหนือกว่าโนเกียซึ่งมีมูลค่าตลาด 3.28 หมื่นล้านเหรียญ และริม 2.85 หมื่นล้านเหรียญ
     
      นักวิเคราะห์มองปรากฏการณ์หุ้นร้อนแรงของเอชทีซีว่ามาจากกลยุทธ์การผลิตสมาร์ทโฟนและผลิตภัณฑ์แอนดรอยด์ (Android) ที่ต่างจากผู้ผลิตรายอื่น โดยเอชทีซีให้ความสำคัญกับการออกแบบการและพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้จนทำให้เกิดความต่างซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของผลิตภัณฑ์เอชทีซี นักลงทุนจึงเชื่อมั่นในเอชทีซีซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยีใหม่ คุณภาพของแบรนด์ รวมถึงความสัมพันธ์เหนียวแน่นกับโอเปอเรเตอร์ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และการรองรับแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มแอนดรอยด์และวินโดวส์
     
      ทั้งหมดนี้ Robert Chen นักวิเคราะห์ของ Goldman Sachs เชื่อว่าภายใน 3-5 ปีนับจากนี้ เอชทีซีจะสามารถจำหน่ายสมาร์ทโฟนในตลาดโลกได้มากถึง 200 ล้านเครื่องต่อปี และสามารถจัดส่งแท็บเล็ตได้ปีละกว่า 30 ล้านเครื่อง แม้ตัวเลขคาดการณ์จะสูงผิดหูผิดตา แต่ Chen อธิบายว่าเอชทีซีจะได้รับประโยชน์เต็มที่จากทิศทางการบริโภคอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคทั่วโลก โดยเฉพาะการเติบโตก้าวกระโดดที่จะเกิดขึ้นในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งจะทำให้เอชทีซีมีแววรุ่งเรืองต่อเนื่องไปอีกหลายปี

ข้อมูลจาก: ผู้จัดการ

Monday, April 11, 2011

Antonio Vivaldi

วิวาลดีอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว โดยในจดหมายที่มีไปยังท่านมาร์ควิส วิวาลดีได้บรรยายร้องทุกข์ว่า... “ ...ข้าแต่ ฯพณฯ ที่เคารพ ข้าพเจ้ามิได้ประประกอบพิธีได้ มิใช่ว่าเพราะข้าพเจ้าชราเกินไปหรือข้าพเจ้าเป็นผู้ที่ต้องหาทุราจาร แต่เป็นเพราะสุขภาพของข้าพเจ้าที่ไม่แข็งแรงตั้งแต่เกิด ทำให้ข้าพเจ้าหายใจติดขัดไม่สะดวก ตอนที่ข้าพเจ้าบวชใหม่ ๆ ข้าพเจ้าเคยประกอบพิธีมิสซาอยู่เพียงปีเดียว และหลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำอีกเลย เพราะมีถึงสามครั้งที่ข้าพเจ้าต้องละไปจากพระแท่นทั้ง ๆ ที่ยังไม่เสร็จพิธี เพราะข้าพเจ้าไออย่างรุนแรงและหายใจไม่ออกจนทนไม่ไหว ถึงแม้เวลาขณะนี้ที่ข้าพเจ้าจะเดินทางจากบ้านพักไปที่ไหน ๆ ความทุกข์ทรมานนี้ก็ทำให้ข้าพเจ้าไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเอง ถ้าไม่เดินทางด้วยเรือก็ต้องอาศัยรถม้าหรือนั่งเกี้ยว นั่นล่ะคือเหตุผลที่ข้าพเจ้าไม่สามารถประกอบพิธีมิสซาได้...”

  แต่อย่างไรก็ดี คำอุทธรณ์นี้ก็ไม่มีผลที่ดีขึ้น ...เพราะท่านมาร์ควิสไม่ได้นำคำร้องทุกข์นี้ไปเสนอต่อพระคาร์ดินัลแต่อย่างไร และท่านมาร์ควิสก็ถือโอกาสนี้ยกเลิกการสนับสนุนเงินทุนในการแสดงโอเปร่าของวิวาลดีในเมืองแฟร์ราร่า แต่สายสัมพันธ์ระหว่างวิวาลดีกับท่านมาร์ควิสก็ยังคงดีอยู่ และโอเปร่าของวิวาลดีสองเรื่อง คือ Siroe และ Farnace ก็ยังคงเปิดแสดงอยู่ จนกระทั่งเดือนมกราคม ค.ศ.1739 วิวาลดีมีจดหมายถึงท่านมาร์ควิสเพื่อตำหนิ “นักเล่นฮาร์ปซิคอร์ดห่วย ๆ” ที่มาจากสำนักดนตรีของท่านมาร์ควิสที่ทำให้การแสดงโอเปร่าของวิวาลดีเละไม่เป็นท่า เนื้อหาในจดหมายนั้นรุนแรงมากและเป็นการตัดสัมพันธ์ระหว่างวิวาลดีและท่านมาร์ควิสโดยสิ้นเชิง และ วิวาลดีไม่เดินทางไปยังเมืองแฟร์ราร่าอีกเลย

ในเดือนเมษายน ปี ค.ศ.1740 วิวาลดีตัดสินใจลาออกจากทุกตำแหน่งใน Ospedale della Pieta เพื่อเดินทางไปปักหลักยังกรุงเวียนนา ออสเตรีย พร้อมกับอันนา กิโร่ เหตุผลที่ทำให้วิวาลดีตัดสินใจไปเริ่มชีวิตใหม่ที่กรุงเวียนนา คือ 

1.) ชื่อเสียงของวิวาลดีในเวนิซค่อนข้างอยู่ในช่วงขาลง มีนักดนตรีรุ่นใหม่ ๆ และโอเปร่าเรื่องใหม่ ๆ มาตีตลาดผลงานของวิวาลดีอยู่เรื่อย ๆ 

2.) วิวาลดีคิดว่า สัมพันธภาพที่ดีในฐานะที่เขาได้รับความชื่นชมจากสมเด็จพระจักรพรรดิชาร์ลส์ที่ 6 มาโดยตลอด พระองค์น่าจะช่วยสนับสนุนเขาในเรื่องเงินและตำแหน่งคีตกรหลวงในราชสำนักออสเตรียได้และเขาคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สร้างคะแนนนิยมต่อองค์รัชทายาท คือ เจ้าหญิงมาเรีย เทเรซา และ เจ้าชาย ฟรานซ์ สเตฟาน ดุ๊คแห่งลอร์แรน เพื่อที่เขาจะได้มีที่พึ่งพิงในช่วงบั้นปลายชีวิต และ 

3.) กรุงเวียนนาในเวลานั้น ได้กลายเป็นศูนย์กลางความเจริญของอิตาเลียนโอเปร่า มีนักประพันธ์ชาวอิตาเลียนหลายคนไปได้ดิบได้ดีในราชสำนักออสเตรีย 

แต่โชคไม่ดีเลย เพราะในช่วงเวลานั้น ออสเตรียต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำเช่นเดียวกับหลายประเทศในยุโรป ทำให้การแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ ๆ ในราชสำนักต้องถูกเลื่อนไปก่อน และในเดือนตุลาคม ค.ศ.1740 พระจักรพรรดิชาร์ลส์ที่ 6 ผู้เป็นความหวังเดียวของวิวาลดี เสด็จสวรรคตโดยกะทันหัน และองค์รัชทายาท พระนางมาเรีย เทเรซา ก็ไม่สนพระทัยในการดนตรีมากเท่าพระบิดา เพราะขณะนั้นพระองค์กำลังยุ่งอยู่กับปัญหาสงครามกับฝรั่งเศสและเยอรมัน ขณะนั้นวิวาลดีเองก็ค่อนข้างมีอายุมากแล้ว และไม่ได้ทำตัวให้พระองค์สนพระทัยมากสักเท่าไรนัก ดังนั้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.1741 เมื่อตำแหน่งหัวหน้าคีตกรราชสำนักว่างลง พระนางจึงแต่งตั้งรองหัวหน้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคีตกรแทนทันที ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้วิวาลดีผิดหวังมาก

  ขณะที่วิวาลดีพำนักอยู่ในกรุงเวียนนานั้น สุขภาพของเขาเริ่มเสื่อมโทรมลงมาก แต่เขาก็ยังคงรับจ้างพวกขุนนางชาวออสเตรียประพันธ์เพลงอยู่ และวิวาลดีคงไม่ทราบด้วยว่าตนเองใกล้ถึงวันสุดท้ายของชีวิตแล้ว เพราะจากบันทึกของเขาแสดงให้เห็นว่า วิวาลดียังคงมีนัดต้องพบกับ ขุนนางหลาย ๆ ท่านอยู่ในอีกหลายวัน เขายังประพันธ์เพลงค้างอยู่ และมีหลักฐานว่าเขากำลังเก็บเงินก้อนจำนวนหนึ่งเพื่อเตรียมจะย้ายออกจากรุงเวียนนา แต่ถึงอย่างไรก็ดี ในวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ.1741 วิวาลดีก็ถึงแก่กรรมโดยสงบ และได้รับการฝังที่สุสาน Spitaler Gottsacker กรุงเวียนนา พิธีฝังศพเป็นไปอย่างค่อนข้างเงียบเหงาและอนาถา ไม่มีใครมาร่วมงานนอกจากแม่บ้าน และอันนา กิโร่ ค่าใช้จ่ายในพิธีศพของ วิวาลดีเป็นเงิน 19 Florins 45 Kreutzens ในขณะที่พิธีศพของขุนนาง อย่างน้อยต้องใช้เงินราว 100 Florins !!! 

ถึงแม้ว่าในช่วงที่มีชื่อเสียง วิวาลดีจะได้รับเงินค่าจ้างมากมายจากผลงานเพลง ก็ใช่ว่าเขาจะมั่งคั่งร่ำรวย เพราะวิวาลดีมีค่าใช้จ่ายสูงมาก หลัก ๆ ก็ได้แก่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเปิดการแสดงโอเปร่าทั่วอิตาลี และบางครั้งต้องไปไกลถึงต่างประเทศ ทั้งกรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ , กรุงปร๊าก , กรุงเวียนนา ออสเตรีย , ค่าเช่าที่พักเวลาไปค้างแรมต่างบ้านต่างเมืองเป็นปี ๆ และรวมถึงค่าจ้างแม่บ้านสองคน , ค่าจ้างแพทย์ประจำตัวและค่ายารักษาโรคประจำตัวของวิวาลดีที่เขาต้องทนทรมานตลอดทั้งชีวิต แค่นี้ก็มากพอที่จะทำให้เราเข้าใจได้ว่าทำไมบุคคลที่ครั้งหนึ่งเคยมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วยุโรป ได้รับการยกย่องจากพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของยุโรป เป็นเพื่อนกับบรรดาขุนนางและนักธุรกิจโรงละครมากมาย และมีเงินรายได้จำนวนไม่น้อย จึงได้สิ้นชีวิตลงอย่างอนาถาเยี่ยงนี้

Saturday, April 9, 2011

เสียง เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญต่อดนตรีมาก

  เสียง เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญต่อดนตรีมาก
เพราะดนตรีเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวกับเสียงโดยเฉพาะ เรารับเสียงโดยผ่านทางหูเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าถึงความไพเราะและได้รับอรรถรสของบทเพลงต่าง ๆ ได้

เสียง(sound)
     เกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุต่างๆ มนุษย์เราใช้เสียงในการติดต่อสื่อสารโดยการพูด เสียงสามารถแสดงออกให้ผู้ฟังได้รับรู้ถึงอารมณ์ ความรูัสึกของเราได้  (หารรู้สึกว่าไม่รัก แล้วบอกรักเนี่ย มันน่า............) wanwan010 wanwan010



 มีนักประพันธ์ชาวอเมริกัน ชื่อจอห์น เคจ (John Cage, เกิด1912) เขาต้องการแสดงให้เห็นถึงความหมายของเสียงในการประพันธ์เพลงของเขาชื่อ 4’33’’ ซึ่งให้มีนักดนตรีคนหนึ่งนั่งอยู่ที่เปียโนโดยไม่ทำอะไรเลยเป็นเวลา 4 นาที กับ 33 วินาที ความเงียบบังคับให้ผู้ฟังสนใจและตั้งใจฟังเสียงโดยตรงต่อเสียงที่พวกเขาจะแสดงต่อไป ผู้ฟังตั้งใจฟังต่อเสียงที่จะมาเติมต่อที่ความเงียบ
 wanwan003 wanwan003

ความเงียบฆ่าทุกอย่าง wanwan017


คุณสมบัติของเสียงดนตรี

เสียงที่จะจัดว่าเป็นเสียงดนตรีได้ ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติพื้นฐานดังนี้ wanwan007

           1) ระดับเสียง (Pitch) คือ ระดับความสูง - ต่ำของเสียง ถ้าหากการพูดคุยของมนุษย์เราไม่มีความแตกต่างของระดับเสียงสูง – ต่ำ การพูดคุยคงเป็นสิ่งที่น่าเบื่อมาก และคงไม่มีเสียงดนตรีอย่างที่เราได้ยินจนปัจจุบัน

           2) ความดัง – ค่อย (Dynamics) ความดังและความค่อยในทางดนตรีเรียกว่า “Dynamic” เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในทางดนตรี มีความสัมพันธ์กับช่วงกว้างของคลื่นเสียง (Amplitude)ในการสั่นสะเทือนที่ทำให้เกิดเสียงนั้น ๆ ช่วงกว้างมากเสียงจะดัง และช่วงกว้างน้อยเสียงจะเบา 

              ขณะที่นักดนตรีบรรเลงอยู่ในวงดนตรี เขาสามารถจะปฏิบัติเสียงของการเล่นโน้ตตัวใดตัวหนึ่งให้เด่นขึ้นได้โดยวิธีการ “การเน้นเสียง” (dynamic accent) การเน้นเสียงนั้นเป็นการกระทำให้มีการเปลี่ยนแปลงความดัง – ค่อยของเพลงมีผลทำให้บทเพลงนั้น ๆ มีอารมณ์ของการแสดงออกเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ในการปฏิบัติการเน้นเสียงวนั้น  ปกติผู้ประพันธ์เพลงจะเขียนกำกับไว้ในโน้ตเพลง แต่ก็มีบ่อยครั้งที่ไม่มีการเขียนกำกับไว้แต่จะปล่อยให้เป็นการแสดงออกโดยอารมณ์ความรู้สึก (feelings) ของนักดนตรีเอง

(การเล่นดนตรี เราเล่นเพื่อแสดงความรู้สึก รู้สึกรัก wanwan025 เพลงหวานแหวว รู้สึกเศร้า wanwan004 เพลงช้า บทเพลงแต่ละเพลงก็จะแตกต่างกันไป  )

  ผมก็หวังว่าความรู้เล็กๆน้อยๆที่หามาให้ คงจะเป็นพื้นฐานสำหรับหลายๆคนได้นะครับ 
นักดนตรีที่กำลังเดินตามความฝันเหมือนกับพี่...... ของผม ผมก็ให้ความฝันนั้นเป็นจริงนะครับ

Thursday, April 7, 2011

การเเบ่งประเภทเพลงเเจ๊ส

การเเบ่งประเภทเพลงเเจ๊ส
ในระยะเเรกๆจะสังเกตจากชื่อประเภทเเละความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกันดังนี้
1.เเร็กไทม์(Ragtime)จะมีอัตรา 2 จังหวะ เช่นเพลงที่เเต่งโดยสก็อตต์ โจปลิน ช่วงปี 1868-1917
2.สวิง(swing)จะมีอัตรา 4 จังหวะ(tempo)เร็ว เช่น Take the A train ในช่วงปี 1904-1944
3.บีบ็อป(Bebop)เป็นการเล่นที่มีจังหว่ะเร็วมีการโชว์ด้นสดหรือการimprovisation เช่น ชาร์ลี พาร์กเกอร์ ช่วงปี 1917-1993
4.คูลเเจ๊สส(cool Jazz) เป็นเเจ็สที่มีความระเอียดเยือกเย็น มีความไพเราะอยู่ในตัว นักดนตรี CoolJazz ชื่อดังหลายท่านอยู่ในช่วง 1909-2001
5.ฮาร์ดบ็อป(Hard Bop)   ฮาร์ดบ็อปเพลงที่ออกเเนวอารมณ์รุนเเรงเเต่ได้นำท่วงทำนองของยุคเก่ามาผสมผสานไว้ด้วยกันจึงถือว่าเป็นเพลงร่วนสมัย ชนิดนึ่ง
6.ฟรีเเจ็ส(Free Jazz) เป็นการบรรเลงที่ไม่ออกนอกลู่นอกทางเเต่เเค่ไม่ยึดหลักหรือรูปแบบในอดีตเท่านั้น ส่วนใหญเเล้วจะเป็นการเอาดนตรีจากหลายที]มาผสมผสานกัน เช่น ลาตินอเมริกากับแอฟริกา นำมาเล่นด้วยกันเเต่ปรับเปลี่ยนอัตราจังหวะในรูปแบบใหม่
7.อิเล็กทริกเเจ๊ส(Electric Jazz) เป็นการใช้เสียงจากการสังเคราะห์ เช่น อิเล็กโทน จะได้เสียงทีเเตกต่างจากเสียงเดิมนั่นคือเสียงเปียนโน เเต่ยังสามารถเล่นได้อีกหลายๆเสียงโดยให้อิเล็กโทน
8.เเจ๊สร็อกหรือฟิวชั่นเเจ๊ส(JazzRock Or Fusion Jazz)มีต้นกำเนิดจากเมืองชิคาโก เป็นการนำดนตรีเเนวต่างๆมาผสมผสานกัน คือ เเจ๊-ร็อก-ริธึม-บลู
9.เเละสุดท้ายเเต่ยังไม่จบ คือ เเจ๊สในปัจจุบัน

iPad 2 ของ Apple

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา iPad 2 ของ Apple ได้กลายเป็น"แก็ดเจ็ต"ยอดฮิตในประเทศต่างๆ แถบเอเซีย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าทีมีเชื้อสายจีนที่ต้องกราบไหว้บรรพบรุษในเทศกาล"เช็งเม้ง" เอ่อ... iPad 2 เกี่ยวอะไรด้วยล่ะเนี่ย?

เทศกาล"เช็งเม้ง"เป็นเทศกาลประจำปีที่ลูกหลานชาวจีนถือปฏิบัติสืบทอดกันมา เพื่อแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งในขั้นตอนของพิธีการจะมีการเผากระดาษที่จำลองรูปแบบสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการส่งสิ่งของเหล่านั้นไปให้กับญาติผู้ใหญ่บนสรวงสวรรค์ได้ใช้ โดยสิ่งของที่ทำจากกระดาษก็จะมีตั้งแต่เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ บ้านช่องห้องพับ หรือแม้แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น ตลอดจนรถยนต์ และคนใช้
แต่สำหรับเทศกาลเช็งเม้งปีนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ลูกหลานชาวจีนได้ออกแบบสิ่งที่ทำจากกระดาษที่ใช้เผาเป็นแก็ดเจ็ตยอดฮิตอย่าง iPad 2 ของ Apple ซึ่งของจริงยังไม่มีการวางจำหน่ายอย่างแพร่หลายในประเทศแถบเอเชีย โดยนอกจาก iPad 2 แล้ว นักออกแบบยังได้ทำสิ่งของจำลองจากกระดาษเป็นสมาร์ทโฟนอย่าง iPhone 4 ไปจนถึงทีวีจอแบน ที่ไม่ใช่สิ่งของคุ้นเคยสำหรับบรรพบรุษผู้ล่วงลับอีกด้วย ประเด็นก็คือ iPad 2 ที่ทำจากกระดาษ เพื่อใช้เผาในพีธีดังกล่าว เกิดปัญหาขาดตลาดเช่นเดียวกับ iPad 2 จริง เอ่อ...ไม่น่าเชื่อนะครับว่า ความร้อนแรงของ iPad 2 จะก้าวล้ำไปถึงอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว

ข้อมูลจาก: ARIP

Wednesday, April 6, 2011

ดนตรีคลาสสิคสามารถแบ่งออกเป็นช่วงยุคดังนี้

ดนตรีคลาสสิคสามารถแบ่งออกเป็นช่วงยุคดังนี้

1.ดนตรีคลาสสิกยุโรปยุคกลาง (Medieval European Music พ.ศ. 1019 - พ.ศ. 1943) ดนตรีคลาสสิกยุโรปยุคกลาง หรือ ดนตรียุคกลาง เป็นดนตรีที่ถือว่าเป็นจุดกำเนิดของดนตรีคลาสสิก เริ่มต้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 1019 (ค.ศ. 476) ซึ่งเป็นปีล่มสลายของจักรวรรดิโรมัน ดนตรีในยุคนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนา และคาดกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากดนตรีในยุคกรีกโบราณ

 2. ดนตรียุคเรเนสซองส์ (Renaissance Music พ.ศ. 1943 - พ.ศ. 2143) นับเริ่มการนับเมื่อประมาณปี พ.ศ. 1943 (ค.ศ. 1400) เมื่อเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงศิลปะ และฟื้นฟูศิลปะโบราณยุคโรมันและกรีก แต่ดนตรียังคงเน้นหนักไปทางศาสนา เพียงแต่เริ่มมีการใช้เครื่องดนตรีที่หลากหลายขึ้น 

3. ดนตรียุคบาโรค (Baroque Music พ.ศ. 2143 - พ.ศ. 2293) ยุคนี้เริ่มขึ้นเมื่อมีการกำเนิดอุปรากรในประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2143 (ค.ศ. 1600) และ สิ้นสุดลงเมื่อ โยฮันน์ เซบาสเทียน บาค เสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2293 (ค.ศ. 1750) แต่บางครั้งก็นับว่าสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2273 (ค.ศ. 1730) เริ่มมีการเล่นดนตรีเพื่อการฟังมากขึ้นในหมู่ชนชั้นสูง นิยมการเล่นเครื่องดนตรีประเภทออร์แกนมากขึ้น แต่ก็ยังคงเน้นหนักไปทางศาสนา นักดนตรีที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ เช่น บาค วิวัลดิ เป็นต้น

4. ดนตรียุคคลาสสิค (Classical Period Music พ.ศ. 2293 - พ.ศ. 2363) เป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด มีกฏเกณฑ์ แบบแผน รูปแบบและหลักในการเล่นดนตรีอย่างชัดเจน ศุนย์กลางของดนตรียุคนี้คือประเทศออสเตรีย โดยเฉพาะที่กรุงเวียนนา และเมืองมานไฮม์(Mannheim) นักดนตรีที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ เช่น โมซาร์ท เป็นต้น

5. ดนตรียุคโรแมนติค (Romantic Music พ.ศ. 2363 - พ.ศ. 2443) เป็นยุคที่มีเริ่มมีการแทรกของอารมณ์ในเพลง มีการเปลี่ยนอารมณ์ ความดังความเบา และจังหวะ ซึ่งต่างจากยุคก่อนๆซึ่งยังไม่มีการใส่อารมณ์ในทำนอง นักดนตรีที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ เช่น เบโธเฟน ชูเบิร์ต โชแปง ไชคอฟสกี เป็นต้น

6. ดนตรียุคศตวรรษที่ 20 (20th Century Calssical Music พ.ศ. 2443 - พ.ศ. 2543) นักดนตรีเริ่มแสวงหาแนวดนตรีที่ไม่ขึ้นกับแนวดนตรีในยุคก่อนๆ จังหวะในแต่ละห้องเริ่มแปลกไปกว่าเดิม ไม่มีโน้ตสำคัญเกิดขึ้น(Atonal) ระยะห่างระหว่างเสียงกับเสียงเริ่มลดน้อยลง ไร้ท่วงทำนองเพลง นักดนตรีบางกลุ่มหันไปยึดดนตรีแนวเดิม ซึ่งเรียกว่า แบบนีโอคลาสสิก (Neoclassic) นักดนตรีที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ เช่นอิกอร์ สตราวินสกี เป็นต้น

7. ดนตรียุคปัจจุบัน (ช่วงทศวรรษหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 20 - ปัจจุบัน)

ยาวนานมากๆๆ ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เพื่อนมักให้เราแปลงเป็นอะไรได้มากมาย

เพื่อนมักให้เราแปลงเป็นอะไรได้มากมาย

-เป็นพ่อคนตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตอนเช็นสมุดให้เพื่อน
-เป็นโอเปอเรเตอร์เสียงหล่อ เวลาช่วยต่อโทรศัพท์จีบสาว
-เป็นเศษฐีในชั่วพริบตาตอนพวกมันถอดนาฬิกากับกระเป๋าตังค์มาฝาก  แล้วหนีไปเล่นบอล
-เป็นลิงปีนไปเก็บบอลพลาสติกที่มันเตะลอยไปค้างบนต้นไม้
-เป็นอัจฉริยะข้ามคืนแค่สอบภาษาอังกฤษได้ 15 คะแนน จากคะแนนเต็ม 30
-เป็นเพลย์บอยในสายตามัน  แค่มีรูปสาวๆ อยู่ในกระเป๋าตังค์
-เป็นพ่อครัวใหญ่ก็ตอนมีมาม่าติดกระเป๋ามาแบ่งให้เพื่อนกินเวลาเรียน
-เป็นฮีโร่เวลาที่มียาสีฟันเพียงคนเดียวตอนไปเข้าค่าย
-......

แต่พวกมันก็ไม่เคยเอาเปรียบ เพราะในเวลาอื่นๆ พวกมันก็ยินดีแปลงร่างเพื่อนเป็น... ให้เราเหมือนๆ กัน

ฉันเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเพื่อนได้ ก็เพราะเพื่อนเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน


จาก Name

Tuesday, April 5, 2011

แนวทางการวิเคราะห์

- การวิเคราะห์เพลงมีความสำัคัญอย่างยิ่งในการทำความเข้าใจบทเพลง การที่จะวิเคราะห์เพลงให้ถ่องแท้หรือละเอียดลออเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ิวิเคราะห์ ถ้าผู้วิเคราะห์เป็นผู้ฟังเพลงคนหนึ่ง และอยากฟังเพลงด้วยความเข้าใจนอกเหนือจากความสุขใจ การวิเคราะห์เป็นเพียงภาพรวมภายนอกและการค้นคว้าประวัติเพลง ตลอดจนประวัติของผู้แต่งโดยสังเขปก็คงเพียงพอ ความรู้เบื้องต้นในส่วนนี้หาได้สะดวกที่สุดจากปกแผ่นเสียงแต่ถ้าเป็นนักดนตรีก็น่าจะวิเคราะห์ลงลึกไปถึงโครงสร้างของเพลง ทฤษฎีการประพันธ์เพลงและเทคนิคที่น่าสนใจด้วย อย่างไรก็ตาม การหาวามรู้จากข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะจากปกแผ่นเสียง ต้องกระทำด้วยความระมัดระวังและใช้วิจารณญาณที่จะเลือกเชื่อในข้อมูลเหล่านั้น การมีพื้นฐานความรู้ที่เพียงพอจากการศึกษาทั้งในแนวทางกว้างและแนวลึกจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง